รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

Xiaomi เป็นแบรนด์ที่มีชื่อเสียงมาอย่างยาวนานในเรื่องการผลิตสมาร์ทโฟนสเปกดีในราคาประหยัด จนระยะเวลาล่วงเลยไปถึงวันที่สมาร์ทโฟนเกือบทุกแบรนด์หันมาทำสมาร์ทโฟนสุดพรีเมี่ยมที่ไม่ได้เน้นเพียงแค่สเปกที่ดี แต่ยังเน้นในเรื่องของวัสดุและองค์ประกอบต่าง ๆ อย่างจอภาพ ลำโพง กล้อง ฯลฯ ทำให้สมาร์ทโฟนเรือธงหลาย ๆ แบรนด์นั้นต้องเพิ่มราคาสูงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และทาง Xiaomi เองก็ได้ประกาศแล้วว่า สมาร์ทโฟนรุ่นต่อ ๆ ไปจาก Xiaomi นั้นจะมีราคาสูงขึ้นอย่างแน่นอน

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง
Lei Jun | ซีอีโอของ Xiaomi

แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสมาร์ทโฟนสเปกดีราคาประหยัดจาก Xiaomi จะไม่มีอีกต่อไป เพราะ Xiaomi เองก็ได้นำสมาร์ทโฟนซีรี่ส์ Redmi มาแยกออกเป็นแบรนด์ลูกที่ผลิตสมาร์ทโฟนสเปกดีในราคาประหยัด สานต่อเจตนารมณ์เดิมของ Xiaomi นั่นเอง

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

และนี่ก็เป็นต้นกำเนิดของแบรนด์ลูก Redmi ที่มาพร้อมกับ Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนรุ่นแรกหลังจากที่มีการแยก Redmi ออกมาเป็นแบรนด์ลูก โดยเปิดตัวในประเทศไทยด้วยราคาเขย่าวงการที่เริ่มต้นเพียง 4,999 บาท สำหรับรุ่น Ram 3 GB ความจุ 32 GB และยังมีอีก 2 รุ่นย่อยให้เลือก คือรุ่น Ram 4 GB ความจุ 64 GB ราคา 6,599 บาท (วางจำหน่ายผ่านทาง AIS เท่านั้น) และรุ่น Ram 4 GB ความจุ 128 GB ราคา 6,799 บาท ซึ่งรุ่นที่ทางเรานำมารีวิวนั้นเป็นรุ่น Ram 4 GB ความจุ 64 GB

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง
สเปก
  • ชิปเซ็ต Qualcomm® Snapdragon™ 660 AIE Octa-core
  • RAM 3 GB และ 4 GB
  • Storage สำหรับรุ่น RAM 3 GB มีความจุ 32 GB สำหรับรุ่น RAM 4 GB มีความจุ 64 GB และ 128 GB รองรับ microSD ความจุสูงสุด 256 GB)
  • จอแสดงผล Dot Drop 6.3 นิ้ว อัตราส่วนหน้าจอ 19.5:9 ความละเอียด FHD+ 2340×1080 พิกเซล
  • กล้องหน้าแบบป๊อปอัพ ความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม AI Beautify
  • กล้องหลัง 2 ตัว กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8 กล้องตัวที่สองความละเอียด 5 ล้านพิกเซล พร้อม AI ช่วยถ่ายภาพ
  • แบตเตอรี่ 4000mAh รองรับเทคโนโลยี Qualcomm®️ Quick Charge™️ 4
  • ระบบปลดล็อกด้วยลายนิ้วมือด้านหลังตัวเครื่อง
  • ระบบปฎิบัติการ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย MIUI 10.3.2
  • Bluetooth 5.0
  • พอร์ตแบบ USB Type-C
ลองดูเรื่องนี้สิ  วันที่ 11 นี้เตรียมฉลองกับ realme ใน 11.11 SALEBRATION ลดใหญ่สุด ฉุดไม่อยู่ ทาง Lazada และ Shopee เท่านั้น

ดีไซน์สุดพรีเมี่ยม แข็งแรงทนทานด้วยกระจก Gorilla Glass 5 ทั้งหน้าและหลัง

กระจก Gorilla Glass เป็นกระจกที่ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแรงทนทานและได้รับการยอมรับในวงการสมาร์ทโฟนอย่างเป็นวงกว้าง สำหรับสมาร์ทโฟนเรือธงหลาย ๆ รุ่นที่ราคาเกิน 20,000 บาทนั้นก็ใช้กระจก Gorilla Glass กันแทบทั้งหมด ซึ่งไม่น่าเชื่อเลยว่า Xiaomi จะจัดกระจก Gorilla Glass 5 มาให้ Redmi Note 7 ที่มีราคาเริ่มต้นไม่ถึง 5,000 บาททั้งด้านหน้าและด้านหลัง

สีสันของตัวเครื่องเองนั้นก็สวยงามไม่แพ้สมาร์ทโฟนราคาแพง มีการไล่สีสะท้อนแสงเมื่อพลิกเครื่องไปมา

สำหรับช่องใส่ซิมการ์ดจะเป็นแบบไฮบริด สามารถเลือกใส่ 2 ซิม หรือใส่ 1 ซิมกับ 1 MicroSD

ขอบเครื่องด้านบนมีรูหูฟังขนาด 3.5 มม. และมีเซ็นเซอร์ IR blaster สำหรับควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า

สำหรับเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือจะอยู่ที่บริเวณฝาหลังของเครื่อง และจากรูปจะสังเกตได้ว่าเลนส์กล้องนั้นยื่นนูนออกมาจากฝาหลังค่อนข้างมาก เพราะฉะนั้นควรหาเคสใส่ดี ๆ

หน้าจอขนาด 6.3 นิ้ว พร้อมรอยบากแบบครึ่งวงกลม

Redmi Note 7 มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 6.3 นิ้วที่กลายเป็นจอขนาดปกติไปแล้วสำหรับสมาร์ทโฟนยุคนี้ พร้อมกับรอยบากหรือติ่งที่มีลักษณะคล้ายกับครึ่งวงกลมขนาดจิ๋ว ทำให้ไม่รู้สึกเกะกะมากเท่าไหร่เวลาใช้งาน

แต่ถ้าหากผู้ใช้งานรู้สึกเกะกะตา ก็สามารถซ่อนรอยบากได้ และใช้งานได้เต็มตามากกว่าเดิมด้วยการเปลี่ยนไปใช้ Gesture แทนปุ่มในจอแบบดั้งเดิม

สำหรับสีสันของหน้าจอจะมีความหม่นเล็กน้อยตามแบบฉบับของสมาร์ทโฟนราคาต่ำกว่าหลักหมื่นจนถึงหลักหมื่นต้น ๆ แต่สำหรับความคมชัดนั้น Redmi Note 7 ถือว่าทำได้ดีเลย ภาพรวมแล้วถือว่าสู้กับรุ่นราคาหมื่นต้น ๆ ได้สบายมาก

ข่าวดีก็คือ Redmi Note 7 มาพร้อมกับ Widevine DRM ที่ระดับ L1 แล้ว ทำให้สามารถดู Netflix ที่ความละเอียด HD ได้เหมือนกับแบรนด์อื่น ๆ สักที และก็ดีใจมากที่คนเขียนจะไม่ต้องบ่นเรื่องนี้เวลารีวิวสมาร์ทโฟนของ Xiaomi รุ่นต่อ ๆ ไปแล้ว

ทดลองดู Spider-Man: Homecoming ใน Netflix พบว่าภาพคมชัดขึ้นกว่าตอนดูใน Mi 8 Pro และ Mi MIX 3 ที่เป็น Widevine DRM ระดับ L3 อย่างเห็นได้ชัด

ใช้งานอย่างลื่นไหล ด้วย MIUI

Redmi Note 7 มาพร้อมกับ Android 9 Pie ที่ครอบทับด้วย MIUI 10.3.2

หากปัดมาทางด้านซ้ายของ Home screen จะพบกับสิ่งอำนวยความสะดวก 6 อย่าง ได้แก่

  • Shortcuts ทางลัดสำหรับเข้าใช้งานฟังก์ชั่นต่าง ๆ ของแอปที่ตั้งค่าไว้
  • Recommended แนะนำแอปพลิเคชันที่มีประโยชน์ (?) สำหรับผู้ใช้
  • Security ใช้สำหรับเคลียร์ไฟล์ขยะในคลิกเดียว
  • A brief note เอาไว้จดโน้ตสั้น ๆ เพื่อกันลืม อันนี้เป็นฟังก์ชันที่มีประโยชน์มาก เวลาปลดล็อคเครื่องเข้ามาในหน้า Home screen ก็สามารถเลื่อนดูได้สะดวก
  • Calendar events ปฏิทินสำหรับเตือนหมายกำหนดการ
  • Stocks เอาไว้สำหรับดูหุ้น สามารถเพิ่มบริษัทเข้าไปได้

ในส่วนของแอป Security จะมีฟีเจอร์ต่าง ๆ มากมาย ผู้ใช้งานสามารถ Optimize ระบบให้ทำงานได้ดีขึ้นโดยกดปุ่ม Optimize ในวงกลมด้านบน นอกจากนี้ก็จะมีฟีเจอร์อื่น ๆ ได้แก่

  • Cleaner ทำหน้าที่จัดการพวกไฟล์ Cache และไฟล์ต่าง ๆ ที่ไม่สำคัญไม่ให้กินพื้นที่เครื่อง
  • Security scan ทำหน้าที่ตรวจหาไวรัสและยังเช็คเกี่ยวกับความปลอดภัยทางด้านการเงินได้อีกด้วย
  • Battery optimization ตรวจสอบการใช้งานแบตเตอรี่ของแอปต่าง ๆ และตั้งค่าโหมดประหยัดพลังงานให้ทำงานเป็นเวลาได้อีกด้วย
  • Boost speed จัดการเคลียร์แอปต่าง ๆ เพื่อเคลียร์พื้นที่ Ram
  • Deep clean ในส่วนนี้จะเป็นการจัดการไฟล์ต่าง ๆ ที่กินพื้นที่ในเครื่องแบบละเอียด โดยแยกไฟล์ออกเป็นแต่ละประเภทเพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจลบ
  • Game speed booster ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้เล่นเกมได้ลื่นไหลยิ่งขึ้นและป้องกันการรบกวนขณะเล่นเกม
  • App lock ทำหน้าที่ป้องกันผู้ที่ไม่รู้รหัสเข้าถึงข้อมูลภายในแอปที่ล็อคเอาไว้ได้
  • WhatsApp cleaner ทำหน้าที่เคลียร์ข้อมูลต่าง ๆ ของแอป WhatApp โดยเฉพาะ
  • Facebook cleaner ทำหน้าที่เคลียร์ข้อมูลต่าง ๆ ของแอป Facebook โดยเฉพาะ
  • Solve probrems ช่วยตรวจสอบความผิดปกติของเครื่องและแก้ไขปัญหาเบื้องต้น
  • Blocklist ใช้สำหรับบล็อค SMS และเบอร์โทรที่เราไม่ต้องการให้ติดต่อ
  • Second space ตรงส่วนนี้จะทำการแยกพื้นที่ในเครื่องออกเป็น 2 ส่วนซึ่งแยกการทำงานออกจากกันเพื่อปกป้องข้อมูลของเราที่ซ่อนอยู่ในนี้ และสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในนี้ก็จะไม่ส่งผลต่อพื้นที่หลักที่ใช้งานประจำ ในส่วนนี้ทำงานได้สะดวกมากเพราะสามารถตั้งลายนิ้วมือแยกต่างหากเพื่อเข้าถึง Second space ได้ทันทีหลังปลดล็อค
  • Dual apps ช่วยให้สามารถล็อคอินแอปต่าง ๆ ได้ถึง 2 ไอดีในเครื่องเดียว เหมาะกับคนที่เล่นโซเชียล 2 แอคเคาท์
  • Test network เอาไว้ทดสอบการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตโดยไม่ต้องลงแอปเสริม
  • Data usage ตรวจสอบการใช้ข้อมูลมือถือและจำกัดการใช้งานของแต่ละแอปได้
  • Manage apps จัดการอัปเดตแอป ลบแอป และดูเรื่องการขออนุญาตจากแอปที่จะขอเข้าถึงส่วนต่าง ๆ ของเครื่องได้อีกด้วย
ลองดูเรื่องนี้สิ  รีวิว Mi 10T Pro สเปค Snapdragon 865 รองรับ 5G จอสบายตา ...ราคา 13,990 จะเอาอะไรอีก?

ประสบการณ์เล่นเกมหลักหมื่น ในราคาเริ่มต้นครึ่งหมื่น

ถึงแม้ว่าชิปเซ็ต Snapdragon 660 จะเปิดตัวออกมาแล้วร่วม 2 ปี แต่ประสิทธิภาพในการทำงานก็โหดใช่เล่น เกมระดับ Mass ทั้งหลายแหล่ที่อยู่บน Play Store เรียกได้ว่าเอาอยู่แทบทุกเกม

เมื่อทำงานร่วมกับฟีเจอร์ Game speed booster ของ MIUI ทำให้เล่นเกมไหน ๆ ก็เอาอยู่

ทดลองเล่นเกม PUBG Mobile โดยปรับกราฟิกสูงสุดตามที่เกมอนุญาตให้เครื่องเปิดได้ก็สามารถเล่นได้แบบลื่น ๆ

นอกจากช่วยเพิ่ม Performance ในการเล่นเกมแล้ว เมื่อเปิดใช้งาน Game speed booster ก็จะมีช็อตคัทขนาดเล็กอยู่บนมุมของหน้าจอ เมื่อกดแล้วก็จะมีแถบเล็กให้ตั้งค่าว่าจะบันทึกวิดีโอหน้าจอ แคปหน้าจอ เคลียร์โปรแกรมที่เปิดในพื้นหลัง และปิดการแจ้งเตือนไม่ให้โผล่ขึ้นมาเกะกะหน้าจอ

กล้องหลังคู่ ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล + 5 ล้านพิกเซล พร้อม AI

Redmi Note 7 มาพร้อมกล้องหลัง 2 ตัว กล้องตัวแรกใช้เซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GM1 ความละเอียด 48 ล้านพิกเซล รูรับแสงขนาด f/1.8 ส่วนกล้องตัวที่ 2 ใช้เซ็นเซอร์ Samsung S5K3M5 สำหรับทำหน้าที่วัดระยะความลึก

สำหรับเซ็นเซอร์ Samsung ISOCELL GM1 ที่เป็นเซ็นเซอร์หลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซลนั้นใช้เทคนิครวม 4 พิกเซลเข้าด้วยกันเป็น 1 พิกเซล ซึ่งถึงแม้ว่าทางเทคนิคจะมีความละเอียดสูงถึง 48 ล้านพิกเซล แต่ในการใช้งานจริงนั้นถ้าปรับความละเอียดเป็น 12 ล้านพิกเซลจะให้คุณภาพที่ดีกว่า

จะเห็นได้ว่ารายละเอียดของป้ายที่ตั้งอยู่บนแท่งแบริเออร์เมื่อถ่ายที่ความละเอียด 12 ล้านพิกเซลนั้นจะมีรายละเอียดที่ดีกว่าตอนถ่ายที่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซลแบบเห็นได้ชัด

และในยุคที่ AI กำลังบูมจนแทบไปสิงอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่าง Redmi Note 7 เองก็ได้ใส่ระบบ AI มาให้กล้องเหมือนกับรุ่นพี่อย่างตระกูล Mi ที่ตามด้วยตัวเลขและตระกูล MIX โดย AI จะทำการตรวจจับวัตถุหรือพื้นหลังในภาพแล้วตั้งค่าให้เหมาะสม

นอกจากนี้ถ้านำกล้องมาถ่ายภาพคน เมื่อ AI ตรวจจับใบหน้าในภาพได้ก็จะขึ้นให้เลือกเพิ่มว่าจะถ่ายด้วยโหมด Contre-jour ที่จะจำลองการจัดแสงให้อยู่หลังคนที่ถูกถ่าย ทำให้รูปคนดูเปล่งปลั่งมากขึ้นจากการเน้นขอบ หรือโหมด Silhouette ที่เมื่อถ่ายออกมาแล้วคนในภาพที่ถูกถ่ายจะเป็นเงาสีดำตัดกับฉากหลังที่เป็นแสงสว่าง

สำหรับโหมดถ่ายภาพกลางคืนโดยไม่ใช้ขาตั้งนั้นก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่สมาร์ทโฟนแทบทุกรุ่นในปัจจุบันต้องมี Redmi Note 7 ก็ได้ใส่โหมดนี้มาให้ด้วยเช่นกัน

แต่จากการทดลองในหลาย ๆ สถานการณ์นั้นพบว่าโหมดถ่ายภาพกลางคืนของ Redmi Note 7 นั้นยังคงจัดการกับเรื่อง Noise ได้ไม่ดีและบางสถานการณ์นั้นแทบไม่ต่างกับการถ่ายด้วยโหมดปกติเท่าไหร่

ตัวอย่างภาพถ่ายจากกล้องหลัง Redmi Note 7

กล้องหน้าความละเอียด 13 ล้านพิกเซล พร้อม AI Beauty

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

โหมด AI Beauty สามารถเลือกปรับความเนียนของใบหน้าได้ 5 ระดับ

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

และยังมีให้ปรับส่วนต่าง ๆ ของใบหน้าได้อีกด้วย โดยสามารถปรับโครงหน้า ขนาดของตา โทนผิว และความสมูทได้

สำหรับกล้องหน้านั้นก็มีโหมด Portrait สำหรับถ่ายหน้าชัดหลังเบลอด้วยเช่นกัน

แบตเตอรี่ ถ้ามีอุปกรณ์ชาร์จเร็วก็ไวดี แต่การบริโภคยังคงแบบฉบับ Mi เหมือนที่ผ่านมา

สำหรับเรื่องแบตเตอรี่ของ Redmi Note 7 นั้นก็เหมือนกับ Mi รุ่นอื่น ๆ ที่เคยรีวิวไป ถ้าหากเราเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ตเอาไว้ตลอดเวลาแบตเตอรี่ก็จะมีอัตราการลดลงที่ค่อนข้างรวดเร็ว ถึงแม้ว่าเครื่องจะถูกวางเอาไว้เฉย ๆ ก็ตาม

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

แต่ก็ยังมีเรื่องดีที่น่าชื่นชม เพราะเจ้า Redmi Note 7 นั้นรองรับเทคโนโลยี Qualcomm®️ Quick Charge™️ 4 ด้วย!!! ไม่เคยเห็นมาก่อนในสมาร์ทโฟนที่ราคาเริ่มต้นไม่ถึง 5,000 บาท ด้วยอานิสงค์จากการที่คนเขียนใช้ Google Pixel 2 เป็นเครื่องหลักทำให้มีอุปกรณ์ชาร์จไวที่เป็นสายเป็นหัว Type-C ทั้ง 2 ด้าน เลยลองจับมาชาร์จกับเจ้า Redmi Note 7 สักหน่อย ซึ่งผลที่ได้จัดว่าเป็นที่น่าพอใจ เพราะชาร์จได้ไวมาก ยิ่งถ้าเป็นช่วงที่มีแบตเกิน 60% ขึ้นไป ชาร์จไม่กี่นาทีก็ขึ้นมาหลายเปอร์เซ็นต์

เปิดปิดเครื่องใช้ไฟฟ้ารอบตัว ด้วย Remote Note 7

Redmi Note 7 นั้นมีเซ็นเซอร์ IR Blaster ติดมาด้วย ทำให้ Redmi Note 7 นั้นสามารถทำตัวเป็น Remote เพื่อใช้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้าบางอย่างได้

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง
เซ็นเซอร์สีดำที่อยู่ด้านซ้ายของรูหูฟังก็คือเซ็นเซอร์ IR Blaster นั่นเอง

โดยจะทำการควบคุมผ่านแอปพลิเคชัน Mi Remote และสามารถควบคุมได้หลายอย่าง เช่น โทรทัศน์ กล่องทีวี แอร์ พัดลม เครื่องเล่นดีวีดี กล้องถ่ายรูป ฯลฯ

ลองดูเรื่องนี้สิ  วันที่ 11 นี้เตรียมฉลองกับ realme ใน 11.11 SALEBRATION ลดใหญ่สุด ฉุดไม่อยู่ ทาง Lazada และ Shopee เท่านั้น
- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

จากการนำไปทดลองใช้กับโทรทัศน์และแอร์อีกจำนวนหนึ่ง พบว่าใช้งานได้ดี ไม่มีปัญหาอะไร บอกลาปัญหารีโมตหายได้เลย

สรุปภาพรวม

Redmi Note 7 จัดว่าเป็นสมาร์ทโฟนราคาประหยัดอีกรุ่นหนึ่งที่มีสเปคต่อราคาคุ้มค่ามาก ถ้านับในเรื่องของสเปคพื้นฐานอย่างชิปเซ็ต แรม ความจุ และความละเอียดหน้าจอนั้นสามารถขึ้นไปเทียบชั้นกับสมาร์ทโฟนราคาหมื่นต้น ๆ ได้เลยตามที่ได้พูดไว้ในงานเปิดตัว และสิ่งที่ทำให้แตกต่างและเหนือกว่าคู่แข่งในช่วงราคาเดียวกันคือการให้พอร์ต USB Type-C มาด้วย ซึ่งส่วนตัวมองว่าในยุคนี้สมาร์ทโฟนแอนดรอยด์ทุกรุ่นทุกยี่ห้อ ควรเลิกใช้พอร์ต Micro-USB และหันมาใช้พอร์ต USB Type-C กันได้แล้ว

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

แต่ด้วยราคาเริ่มต้นที่ถูกกว่าคู่แข่งที่นำมาเปรียบเทียบด้วยถึงเท่าตัว สิ่งนึงที่เห็นได้ชัดเลยว่า Redmi Note 7 นั้นสู้ไม่ได้คือเรื่องกล้อง ซึ่งก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้เพราะด้วยราคาที่ถูกกว่าถึงเท่าตัวนั้นจะต้องลดทอนบางสิ่งบางอย่างลงไปบ้างอยู่แล้ว เพราะฉะนั้น Redmi Note 7 จึงเหมาะกับมนุษย์ทำงานที่กำลังมองหาสมาร์ทโฟนไว้ใช้งานทั่ว ๆ ไป ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมบ้างเพื่อคลายเครียด สามารถชาร์จแบตก่อนมาทำงานหรือก่อนกลับบ้านได้อย่างรวดเร็วเพื่อเอาไว้ใช้ระหว่างทาง และ Redmi Note 7 นั้นจะเหมาะกับคุณมาก ถ้าหากคุณเป็นคนที่ทำรีโมตโทรทัศน์หรือรีโมตแอร์หายบ่อย ๆ หรือในกรณีที่คุณมีสมาร์ทโฟนระดับเรือธงและกำลังมองหาสมาร์ทโฟนอีกเครื่องไว้เป็นเครื่องสำรอง หรือกำลังมองหาสมาร์ทโฟนเครื่องแรกสำหรับบุตรหลาน Redmi Note 7 ก็ตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ว่ามาเช่นกัน

- รีวิว Redmi Note 7 สมาร์ทโฟนสุดคุ้มค่า เริ่มต้นในราคาที่พอเพียง

“สเปกต่อราคาคุ้มค่า ใช้งานทั่วไปไม่มีปัญหา ส่วนกล้องพอไปวัดไปวา”

Responses

Review