แนะนำ

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม

HUAWEI Mate 30 Pro เปิดตัวอย่างสวยงาม พร้อมกับความโดดเด่นแทบทุกด้าน โดยเฉพาะกล้องหลัง SuperSensing Cine Camera ที่ถือว่าเป็นแนวคิดใหม่บนมือถือ กับการออกแบบมาเพื่อการถ่ายวีดีโอโดยเฉพาะ และยังให้ภาพจากเลนส์มุมกว้างที่คุณภาพดีในระดับกล้องหลักของเรือธงค่ายอื่น เรียกได้ว่าครั้งนี้เด่นทั้งภาพนิ่งและวีดีโอ แต่คำถามสำคัญที่รอการพิสูจน์ก็คือการมาของ HMS ว่าจะทำได้ดีแค่ไหน

9 คะแนนรวม
ดีไซน์ที่สวยแบบมีประโยชน์ และกล้องมุมกว้างที่คุณภาพดีที่สุด

สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของรุ่นนี้คือจอขอบโค้งที่ใช้งานได้จริง มีปุ่มชัตเตอร์ไว้ถ่ายรูป มีปุ่ม L/R ไว้เล่นเกม และใช้แตะเพื่อปรับเสียง อีกจุดก็คือกล้องมุมกว้างที่ลืมภาพจำของกล้องมุมกว้างกับคุณภาพแย่ๆ ไปได้เลย เพราะกล้องมุมกว้างของรุ่นนี้มีคุณภาพดีพอจะเป็นกล้องหลักของเรือธงได้เลย และเป็นการยกระดับงานวีดีโอให้เหนือชั้นทั้งสีสัน, กันสั่น, เฟรมเรท, ความละเอียด เรียกได้ว่าดีขึ้นทุกส่วน และยังเป็นรุ่นเดียวที่รองรับไม้กันสั่นแบบ Native ให้คุณภาพดีที่สุด ส่วนข้อเสียใหญ่ก็คือการที่จำเป็นต้องใช้ HMS ก่อนเวลา ทำให้แอพต่างๆ มีน้อยกว่าที่ควร

ข้อดี
  • กล้องมุมกว้างที่ดีที่สุด
  • การถ่ายวีดีโอดีขึ้นมาก
  • การถ่ายภาพนิ่งให้สีสันตรงกว่าเดิม
  • กล้องหน้ามีคุณภาพดีขึ้น
  • ขอบจอโค้งที่ใช้งานได้จริง
  • AI Auto Rotate หมุนจอตามดวงตา
ข้อเสีย
  • ไม่มีกล้องมาโคร
  • กล้องมุมกว้างให้ภาพที่แคบกว่ารุ่นอื่น
  • HMS ยังรองรับแอพไม่เยอะ
  • กันสั่นวีดีโอยังสู้คู่แข่งไม่ได้
คะแนนผู้ใช้: ยังไม่มีคะแนน

หน้าจอ Horizontal Display พร้อมปุ่มพิเศษ Side-Touch

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 2

การออกแบบตัวเครื่องค่อนข้างแปลกตา กล้องหลังทั้ง 4 ตัวถูกจัดวางในวงกลมพร้อมกับดีไซน์แบบ Halo Ring ที่ทำให้วงกลมนี้ดูมีมิติสวยงามยิ่งขึ้น โดยมีแรงบันดาลใจมาจากการออกแบบกล้องของ Leica ทำให้เมื่อมองจากด้านหลังแล้ว HUAWEI Mate 30 Pro ดูคล้ายกล้องมากๆ

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 3

เมื่อพลิกมาด้านหน้าจะพบกับหน้าจอที่ขอบโค้งกว่าที่เคย หน้าจอ Ultra-curved Display ขนาด 6.53 นิ้วกินพื้นที่ด้านข้างเครื่องไปเกือบหมด ทำให้แสดงผลได้มากกว่าหน้าจอแบบทั่วไป

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 4

องศาความโค้งนี้อยู่ที่ 88 องศาซึ่งมากกว่ามือถือจอโค้งส่วนใหญ่ ทำให้สามารถจัดวางปุ่มแบบ Side-Touch ไว้ที่ขอบจอได้ โดยหน้าจอนี้มีชื่ออย่างเป็นทางการว่า Horizontal Display และพาแนลแบบ OLED กับความละเอียด FHD+ ก็ทำให้สีสันบนหน้าจอดูสวยมาก

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 5

ปุ่มพิเศษแบบ Side-Touch ที่ขอบจอทำได้ 3 อย่างคือ การปรับเสียง, การเล่นเกม และการถ่ายรูป โดยการปรับเสียงจะใช้วิธีเคาะนิ้วเบาๆ 2 ครั้งที่ขอบจอที่ฝั่งซ้ายหรือขวาก็ได้ แต่ต้องเป็นช่วงบนของเครื่องที่อยู่สูงกว่าปุ่ม Power และเมื่อเคาะ 2 ครั้งก็จะแสดงแถบให้เราเลื่อนปรับระดับความดัง

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 6

ส่วนของการถ่ายรูปก็มีปุ่มชัตเตอร์ที่สามารถเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้ ทำให้การกดชัตเตอร์เป็นธรรมชาติและง่ายยิ่งขึ้น เช่น การ Selfie ถ่ายรูปด้วยกล้องหน้า ก็ใช้นิ้วโป้งกดชัตเตอร์ที่ขอบเครื่องได้ หรือแม้แต่การถ่ายด้วยกล้องหลังที่เราสามารถใช้นิ้วชี้กดถ่ายรูปได้ในลักษณะเดียวกับกล้อง DSLR

ในการเล่นเกมก็เหนือชั้นกว่าด้วยการต่อยอดจากรุ่นก่อนๆ ที่ต้องใช้จอยเกม Betop G1 ทำงานร่วมกับ App Assistant เพื่อทำการสร้าง Virtual Button จึงเป็นค่ายเดียวที่สามารถใช้จอยควบคุมได้ทุกเกมโดยไม่ต้องทำการรูทเครื่อง

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 7

มาในครั้งนี้ก็ได้เพิ่มความสามารถด้วยการเพิ่มปุ่ม L/R ที่ขอบเครื่องโดยไม่ต้องใช้อุปกรณ์เสริม ซึ่งเราสามารถตั้งค่าได้ว่าปุ่ม L/R นี้จะแทบค่าการกดตำแหน่งไหนบนหน้าจอ และสามารถใช้ได้กับทุกเกม ไม่ว่าจะเป็นเกมในกระแสอย่าง PUBG, RoV หรือเกมนอกกระแสเช่น Survival Heros

การควบคุมที่ขอบจอได้แบบนี้ จึงทำให้เป็นจุดต่างกับจอโค้งทั่วไป ที่ไม่ใช่แค่ความสวยแต่ยังใช้งานได้จริงด้วย

อันที่จริงแล้วมือถือจอโค้งเครื่องแรกที่ผมใช้คือ Galaxy Note Edge ในปี 2015 ซึ่งเป็นมือถือขอบโค้งที่มีปุ่มชัตเตอร์ที่ขอบ และเป็นรุ่นที่ประยุกต์ใช้ขอบจอได้มีประโยชน์มาก แต่หลังจากนั้นผมก็ไม่เห็นรุ่นไหนทำแบบนี้อีกเลย จนกระทั่งเจอ HUAWEI Mate 30 Pro

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 8

แต่ความสวยหรูของ HUAWEI Mate 30 Pro นี้ก็แลกมากับความลื่นหลุดมือง่าย และการหาฟิล์มและเคสที่มีตัวเลือกน้อย

สเปคต่อยอดความสำเร็จจาก HUAWEI P30 Pro

ในฝั่ง Android นับว่าคู่แข่งด้านชิปเซ็ตที่มีประสิทธิภาพโดยรวมดีและเล่นเกมได้ลื่น ก็มีเพียง Qualcomm และ HUAWEI Kirin ที่แข่งกันอยู่ 2 เจ้า แต่ช่วงหลังทางฝั่ง Kirin จะกระแสดีกว่า ด้วยการปรับแต่งที่รีดประสิทธิภาพในการเล่นเกมดังๆ ได้ลื่นและเฟรมเรทนิ่งกว่าฝั่ง Qualcomm

ถ้าให้อธิบายแบบง่ายโดยนับเฉพาะการเล่นเกมแล้ว ต้องบอกว่า Kirin ทำได้ดีกับเกมในกระแสที่ผ่านการปรับจูนประสิทธิภาพจาก GPU Turbo ส่วน Qualcomm จะลื่นไหลกับทุกเกมแม้กระทั่งเกมนอกกระแส

สรุปง่ายๆ คือถ้าซีเรียสเรื่องการเล่นเกมในกระแสให้เลือก Kirin แต่ถ้าชอบเล่นเกมนอกกระแสให้เลือก Qualcomm แต่ทั้งนี้ทั้งคู่ก็คือชิปเซ็ตที่เล่นเกมได้ลื่นที่สุดของฝั่ง Android

HUAWEI Mate 30 Pro ใช้ชิปเซ็ตล่าสุดอย่าง Kirin 990 โดยมีจุดเด่นหลักคือประสิทธิภาพดีขึ้น 20% และบริหารพลังงานดีขึ้น 30% โดยมีสถาปัตยกรรมแบบ 2 Big core + 2 Middle core + 4 Little core ส่วนการประมวลผลกราฟิกมีประสิทธิภาพดีขึ้น 35% และบริหารพลังงานพลังงานดีขึ้น 46% โดยใช้ GPU Mali-G76 MP16 ซึ่งถือว่า HUAWEI เป็นรายแรกที่ใช้ GPU 16 core และมี AI ที่ช่วยจัดการ Smart Cache ให้มีประสิทธิภาพดียิ่งขึ้น

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 9

การถ่ายภาพนิ่งและวีดีโอดียิ่งขึ้นด้วย Dual NPU สำหรับประมวลผลด้าน AI รวมถึง ISP รุ่นที่ 5 นอกจากเรื่องของชิปเซ็ตอันทรงพลังแล้ว HUAWEI Mate 30 Pro ยังให้แรมมา 8GB กับหน่วยความจำภายใน 256GB บวกกับการระบายความร้อนด้วย Graphene Film ก็ทำให้ประสบการณ์ใช้งานออกมาดีมาก

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 10

เครื่องทดสอบที่ใช้ในการรีวิวครั้งนี้มีความเร็วของการอ่านเขียนไฟล์อยู่ในระดับเดียวกับ OnePlus 7T ที่ใช้หน่วยความจำแบบ UFS 3.0 เรียกได้ว่าในแง่ของสเปคแล้ว HUAWEI Mate 30 Pro มีดีไม่เป็นรองใคร

นวัตกรรมเบื้องหลังกับการซ่อนลำโพงไว้ใต้จอ

HUAWEI Mate 30 Pro ต่อยอดแนวทางหน้าจอของ HUAWEI P30 Pro ด้วยการใช้ Acoustic Display ที่สามารถแนบหูเพื่อฟังเสียงสนทนาจากส่วนไหนบนหน้าจอก็ได้ และยังมีเซ็นเซอร์สแกนลายนิ้วมือในจอด้วย

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 11

แม้ว่า Acoustic Display จะสวยงามและสะดวกในการโทร แต่ในทางกลับกันก็หมายความว่าตัวเครื่องจะมีลำโพงเพียงตำแหน่งเดียวที่ด้านล่างเท่านั้น มิติของเสียงจากลำโพงจึงไม่ดีมากนัก แต่เรื่องของคุณภาพและความดังก็เพียงพอกับการใช้งาน และยังมีเพลงให้ฟังฟรีผ่าน HUAWEI Music อีกด้วย

คุณภาพของหน้าจอจัดว่าโดดเด่นในระดับเรือธง มีสีสันสวยงาม รองรับการแสดงผลแบบ HDR รายละเอียดคมชัดอย่างที่ควรจะเป็น และยังรองรับ Natural tone ที่ให้สีสันหน้าจอตามแสงสีของสภาพแวดล้อม ซึ่งช่วยให้มองแล้วสบายตายิ่งขึ้น

ประสบการณ์อันยอดเยี่ยมของการเล่นเกม

แม้ว่าจะมีหลายรุ่นที่เล่นเกมได้ลื่น แต่รุ่นที่สามารถควบคุมได้ดั่งใจมีเพียงไม่กี่รุ่นเท่านั้น โดย HUAWEI Mate 30 Pro มีดีกว่าคู่แข่งตรงที่รองรับจอยเกมอย่าง Betop G1 และ Betop H1 รวมถึงมีปุ่ม L/R ให้ใช้งาน โดยปุ่มพวกนี้สามารถ Mapping เข้ากับตำแหน่งใดบนหน้าจอก็ได้ และรองรับทุกเกม นั่นทำให้การควบคุมเหนือชั้นกว่ารุ่นอื่นๆ

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 14

แนวคิดใหม่ของกล้องมุมกว้าง และการยกระดับการถ่ายวีดีโอ

แม้ว่า HUAWEI จะโดดเด่นด้านการถ่ายภาพนิ่งและครองแชมป์มาตลอด แต่เมื่อมองที่การถ่ายวีดีโอแล้วยังคงตามหลังคู่แข่งอยู่ นั่นจึงทำให้ครั้งนี้ HUAWEI จัดเต็มด้านวีดีโอและก้าวล้ำคู่แข่ง ด้วยการนำแนวคิดการถ่ายวีดีโอแบบ Cinema มาประยุกต์ใช้ในชื่อ SuperSensing Cine Camera ที่ประกอบด้วยกล้อง 4 ตัวได้แก่

  • กล้อง Cine ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.8 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.54 นิ้ว อัตราส่วน 3:2
  • กล้อง SuperSensing ความละเอียด 40 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/1.6 ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.7 นิ้ว มีกันสั่น OIS
  • กล้อง Tele ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล รูรับแสง f/2.4
  • กล้องวัดความลึก 3D Depth Sensing

จะเห็นว่า HUAWEI Mate 30 Pro ไม่ได้มีกล้องมุมกว้างเหมือนมือถือทั่วไปในปี 2019 แต่เลือกใส่กล้อง Cine ที่มีอัตราส่วน 3:2 ที่เก็บภาพได้กว้างกว่า และนี่คือจุดสำคัญที่ทำให้กล้องของรุ่นนี้พัฒนาได้อย่างเหนือชั้นขึ้นไปอีก

HUAWEI Mate 30 Pro เลือกใช้เทคนิคใหม่ในการเก็บภาพมุมกว้าง โดยใช้อัตราส่วน 3:2 เหมือนกล้อง DSLR เพื่อให้เก็บภาพได้กว้างกว่ากล้องหลักที่มีอัตราส่วน 4:3 และมีคุณภาพไฟล์ที่ดีกว่ากล้องมุมกว้างที่ใช้กันทั่วไป

ย้อนไปเมื่อตอน HUAWEI P30 Pro ก็มีการปฏิวัติวงการกล้องด้วยการเปลี่ยนมาใช้เซ็นเซอร์ RYYB แทนที่ RGB ที่ใช้กันมาอย่างยาวนาน โดยเป็นการวิจัยและพัฒนาส่วนของ Software และ Hardware ร่วมกันระหว่าง HUAWEI, Sony และ Leica แต่เมื่อวางขายจริงปรากฎว่าในบางสถานการณ์ RYYB ให้สีสันที่เพี้ยน แต่จากที่ได้ใช้งาน HUAWEI Mate 30 Pro ต้องบอกว่าไม่พบปัญหานี้แล้ว อาจมีความผิดเพี้ยนบ้างในบางสถานการณ์ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ปรกติของกล้องทั่วไป

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 17

การเปลี่ยนแนวคิดของกล้องมุมกว้างบนมือถือแบบนี้ นับเป็นแนวคิดที่ถูกที่ถูกเวลา เพราะคนชื่นชอบการถ่ายรูปและวีดีโอด้วยมุมกว้างมากขึ้น แต่ที่ผ่านมามุมกว้างของทุกรุ่นจะมีคุณภาพที่ต่ำกว่ากล้องหลักมาก จนทำให้หลายคนเลี่ยงการใช้กล้องมุมกว้างในที่แสงน้อย และไม่ใช้ถ่ายวีดีโอเพราะกันสั่นไม่ดี แต่สำหรับ HUAWEI Mate 30 Pro จะทำให้เราสนุกกับการใช้กล้องมุมกว้างมากกว่าเดิม

ด้านการถ่ายวีดีโอเรียกได้ว่าครั้งนี้ HUAWEI Mate 30 Pro ทำได้ดีขึ้นเยอะ และมั่นใจในระดับที่ว่าตั้งค่า Default จากโรงงานให้ถ่ายวีดีโอที่ความละเอียด 4K และยังมีระบบ Auto Frame rate ที่จะสลับระหว่าง 30fps และ 60fps ให้ตามความเหมาะสม ส่วนการถ่าย Beauty VDO ก็รองรับที่ระดับ Full HD 1080p แล้ว เช่นกันกับการถ่ายวีดีโอแบบหน้าชัดหลังเบลอสำหรับวัตถุก็ทำได้ที่ Full HD 1080p

ด้านสีสันของวีดีโอถือว่าทำได้ค่อนข้างดีทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง แต่การเก็บ Dynamic Range หรือการเก็บเมฆบนท้องฟ้ายังทำได้ไม่ดีนัก เรื่องของการกันสั่นทำได้ดีมากสำหรับกล้องหลัก แต่ถ้าเป็นกล้องมุมกว้างหรือกล้องหน้ายังสั่นค่อนข้างเยอะ

อีกจุดเด่นก็คือ Slow Motion ที่ดึงได้ช้าที่สุดที่ 7680fps ในขณะที่ค่ายอื่นทำได้สูงสุดที่ 960fps นั่นทำให้สามารถเก็บวีดีโอที่ดึงสโลวได้มากที่สุด และด้วยสเปคกับกล้องที่ดีกว่าเดิม ทำให้คุณภาพไฟล์ที่ออกมาก็ดีขึ้นจากรุ่นก่อนๆ และยังสามารถเลือกได้ว่าจะถ่ายด้วยกล้องหลักหรือกล้องมุมกว้าง

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 18

โดยการถ่ายที่ 960fps มีความละเอียดที่ Full HD 1080p ซึ่งถือว่ามีความละเอียดสูงกว่าทั่วไป ส่วนการถ่ายที่ 7680fps จะมีความละเอียดที่ 720p ด้วยเทคนิคการใช้ Hardware ที่ดีขึ้นบวกกับ AI ในการสร้างเฟรมเพิ่มเติม

และอีกโหมดที่น่าสนใจก็คือ Dual-View เนื่องด้วยสามารถบันทึกวีดีโอด้วยกล้อง 2 ระยะพร้อมกัน ทำให้สามารถเก็บบรรยากาศและถ่ายเจาะได้ในเวลาเดียวกัน

การถ่ายรูปในที่แสงน้อยถือเป็นอีกจุดที่ HUAWEI ทำได้สว่างและคมชัดกว่าค่ายอื่นทั้งหมด ด้วยค่า ISO ที่ดันได้สูงที่สุด และการขยับไปใช้ Kirin 990 ที่มี ISP ดีกว่าเดิมก็ช่วยให้ภาพออกมาดูสวยเนียนกว่าเดิม

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 19

ส่วนกล้องหน้าความละเอียด 32 ล้านพิกเซล กับรูรับแสง f/2.0 และกล้องวัดความลึก 3D Depth Sensing ในภาพรวมแล้วถือว่ากล้องหน้าของ HUAWEI Mate 30 Pro ทำได้ดี

การผ่าตัดแนวคิดกล้องมุมกว้างในครั้งนี้ ก็ต้องแลกมาด้วยการซูมที่น้อยกว่า HUAWEI P30 Pro โดยทำได้ที่ 30x เท่านั้น และยังไม่สามารถถ่ายมาโครได้อีกด้วย ถ้าต้องการผลลัพธ์ที่ดูเหมือนถ่ายมาโคร จะต้องใช้กล้อง Tele แทน

สั่งงานได้แม้ไม่สัมผัสเครื่องด้วย Air Gesture

แม้ว่ารอบตัวเครื่อง HUAWEI Mate 30 Pro จะมีปุ่ม Power เพียงปุ่มเดียว แต่ก็มีการควบคุมแบบอื่นๆ เช่น Side-Touch ที่ควบคุมที่ขอบเครื่อง รวมถึง Air Gesture ที่ใช้การโบกมือผ่านกล้องหน้าเพื่อสั่งงาน

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 29

รูปแบบการสั่งงาน Air Gesture ที่ทำได้ในตอนนี้คือการเลื่อนหน้าจอขึ้นลงและการจับภาพหน้าจอ โดยมีความแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ ตามการอัพเดทเฟิร์มแวร์ ซึ่งการใช้งาน Air Gesture เหมาะกับใช้งานเวลาที่ไม่ต้องการสัมผัสหน้าจอ เช่น เข้าครัวทำอาหารและเปิดดูวิธีการปรุง ซึ่งในเวลานั้นมือเราจะเปื้อนและไม่อยากสัมผัสหน้าจอ การโบกมือเพื่อเลื่อนหน้าจอก็ช่วยแก้ปัญหานี้ได้

อันที่จริงแล้วการสั่งงานในลักษณะนี้ไม่ใช่ของใหม่และมีมาหลายปีแล้ว แต่ช่วงหลังเสื่อมความนิยมลงไปเพราะข้อจำกัดทางด้านเทคโนโลยี ที่ในเวลานั้นไม่แม่นยำเท่าที่ควร คนจึงไม่นิยมใช้ ต่างจากบน HUAWEI Mate 30 Pro ที่มี Gesture Sensor โดยเฉพาะ จึงให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจกว่า

จดบันทึกอย่างเป็นธรรมชาติด้วยปากกา M-Pen

สิ่งหนึ่งที่หลายคนติดใจจาก HUAWEI Mate 20 X ก็คือปากกา M-Pen ที่ช่วยให้การจดบันทึกทำได้ง่ายยิ่งขึ้น โดย HUAWEI Mate 30 Pro รองรับ M-Pen รุ่นเดียวกับ HUAWEI Mate 20 X เรียกได้ว่าถ้ามีของเดิมอยู่แล้วก็สามารถเอามาใช้ได้ทันที

นอกจากการใช้ M-Pen เพื่อจดบันทึกแล้ว เรายังสามารถนำไปใช้ร่วมกับงานที่ต้องการความแม่นยำสูง อย่างเช่นการตัดต่อวีดีโอด้วย

กลมกลืนเป็นหนึ่งเดียวกับไม้กันสั่น OSMO Mobile 3

สิ่งหนึ่งที่กวนใจคนถ่ายวีดีโอมาตลอดก็คือ ไม่มีมือถือเครื่องไหนเลยที่ทำงานร่วมกับไม้กันสั่นได้อยากลงตัว เพราะทุกรุ่นจะต้องติดตั้งแอพแยกต่างหาก ทำให้ไม่สามารถรีดประสิทธิภาพของกล้องได้อย่างเต็มที่

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 30

และ HUAWEI Mate 30 Pro เป็นรุ่นแรกที่จับมือกับ Gimbal อย่าง OSMO Mobile 3 ทำให้สามารถเชื่อมต่อแล้วควบคุมร่วมกับแอพกล้องเดิมๆ ของ HUAWEI ได้เลย

ชาร์จเร็วทั้งแบบเสียบสายและไร้สาย

สิ่งที่ขึ้นชื่อของ HUAWEI ก็คือการบริหารจัดการพลังงานที่ถือว่าทำได้ดีมาก นั่นทำให้แบตเตอรี่ขนาด 4500mAh ก็ใช้งานได้ทั้งวัน บวกกับการชาร์จเร็วที่ทำได้หลากหลายวิธีก็ช่วยให้ใช้งานได้สะดวกขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเสียบสาย HUAWEI SuperCharge 40W หรือการชาร์จแบบไร้สาย Wireless HUAWEI SuperCharge 27W นอกจากนี้ยังสามารถทำ Reverse Charging เพื่อชาร์จไร้สายให้กับอุปกรณ์อื่นได้ที่ 7.5W

AI ที่ช่วยเพิ่มความสะดวกในการใช้งาน

สิ่งที่กวนใจเรามาตลอดคือการนอนเล่นมือถือแล้วจอหมุนไปมา แต่ปัญหานี้ถูกแก้ไขด้วย AI Auto Rotate ของ HUAWEI Mate 30 Pro ที่จะหมุนตามดวงตาของเรา ทำให้ไม่มีปัญหาในการนอนเล่นมือถือ นอกจากนี้ยังมี AI Privacy ที่จะทำการซ่อนข้อความแจ้งเตือนเมื่อมีการตรวจพบว่ามีผู้อื่นกำลังจ้องหน้าจอเราอยู่

HMS ที่ยังต้องใช้เวลาในการพัฒนา

จากเรื่องราวสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน สร้างผลกระทบเป็นวงกว้างไปทั่วโลก นั่นทำให้บริษัทที่มาแรงอย่าง HUAWEI ที่สนิทสนมกับ Google กลับไม่สามารถทำธุรกิจด้วยกันได้ เป็นเหตุให้ HUAWEI ต้องผลักดัน HMS ก่อนเวลาอันควร

ผมเคยวิเคราะห์ในบทความเก่าๆ เมื่อหลายปีก่อนว่าในมุมของผู้ผลิตมือถือแล้ว Android เป็นการเริ่มต้นที่ดีแต่ไม่เหมาะจะเติบโตในระยะยาว เนื่องด้วย Android ช่วยลดค่าใช้จ่ายในการพัฒนา Software และก็มีแอพดังๆ ให้ใช้เยอะมาก แต่ในทางกลับกันมันก็หมายความว่าทุกค่ายก็จะถูกตีกรอบให้เติบโตเท่ากัน และจะสังเกตได้ว่าถ้าค่ายไหนคิดฟีเจอร์โดนใจผู้ใช้ออกมาได้ สักพักฟีเจอร์นั้นก็จะถูกจับยัดรวมในตัว Android ให้ทุกค่ายได้ใช้ ซึ่งไม่ใช่เรื่องดีนักสำหรับผู้ที่ลงทุนคิดค้นและทุ่มงบการตลาด

นั่นจึงทำให้แต่ละค่ายมีแผนสำรองเผื่อหนีจาก Android ตลอดเวลา อย่างเช่น Cloud Storage หรือแม้แต่ App Store ที่แต่ละค่ายก็มีให้ใช้ต่างหากนอกเหนือจากของ Google หรือบางค่ายอย่างเช่น Samsung, Xiaomi และ HUAWEI ก็มีการพัฒนาระบบปฏิบัติการของตัวเองขึ้นมาใช้กับอุปกรณ์อื่นๆ ใน Ecosystem

ดังนั้น HMS หรือ HUAWEI Mobile Services จึงไม่ใช่เรื่องใหม่แต่อย่างใด เพราะมันอยู่ในมือถือทุกรุ่นของ HUAWEI มานานแล้ว เพียงแต่เดิมทีมี Google ขนาบข้างอยู่ตลอดเวลา และตามแพลนแล้ว HUAWEI ยังไม่อยากใช้ HMS ในเวลานี้ แต่ด้วยสถานการณ์ทางการค้าเลยต้องผลักดัน HMS ก่อนเวลาอันควร

แต่ในทางกลับกันก็มีการประเมินว่านี่จะทำให้ HUAWEI พัฒนา HMS ได้สมบูรณ์เร็วกว่าเดิม และอาจทำให้ค่ายอื่นเร่งเตรียมแผนสำรองเผื่อโดนใช้เป็นเครื่องมือต่อรองทางการค้าแบบ HUAWEI

ถ้าวัดจากการใช้งาน ณ วันที่ทำการรีวิว ผมได้ลองใช้งาน HUAWEI Mate 30 Pro แบบ HMS ล้วนๆ ก็พบว่ามีหลายสิ่งที่ยังไม่พร้อม แม้ว่าจะมี HUAWEI AppGallery แต่นั่นก็ยังมีแอพน้อยกว่าที่เราต้องการ ทำให้ต้องติดตั้งไฟล์แบบ APK แทน

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 31

ซึ่งแหล่งโหลด APK ก็มีหลายที่ ถ้าเป็นการโหลดผ่านหน้าเว็บแบบไว้ใจได้ก็มีที่ APK Mirror หรือถ้าชอบแบบเป็นแอพก็มี APK Pure, Aptoide และ Amazon Appstore แม้ว่าเราจะสามารถหาไฟล์ APK เพื่อมาติดตั้งแอพได้เอง แต่หลายสิ่งอย่างก็ยังต้องพึ่งพา GMS อยู่ เว้นเสียแต่ว่าเราจะหาแอพคล้ายกันมาทดแทน เช่น

  • Gmail ก็ใช้แอพ Email ในเครื่องแทน
  • YouTube ก็ใช้ตัวแอพอื่นๆ ที่มีให้เลือกเยอะมาก
  • Google Drive ก็ใช้ OneDrive, DropBox แทน

แอพบางอย่างเช่น LINE ก็ไม่สามารถใช้งานบน HMS ได้ จะต้องใช้ LINE Lite แทน ซึ่งไม่สะดวกนัก แต่ถ้าแอพสำคัญอย่าง K Plus, TMB Touch, TrueMoney Wallet หรือ UChoose ก็สามารถโหลดได้จาก HUAWEI AppGallery แล้ว และทาง HUAWEI ก็กำลังเดินหน้าเจรจากับนักพัฒนาเพื่อนำแอพมาอยู่บน HUAWEI AppGallery ให้เยอะที่สุด

รีวิว HUAWEI Mate 30 Pro กับกล้องมุมกว้างที่แตกต่าง และปุ่ม L/R ในการเล่นเกม 32

ส่วนตัวแล้วผมชอบเล่นเกม Survival Heros ซึ่งเกมนี้ก็มีเวอร์ชั่น HMS โดยจุดต่างกับเวอร์ชั่นปรกติคือการเปลี่ยนไปใช้ HUAWEI Login แทน

ตามแพลนแล้ว HMS จะทำงานแทนที่ GMS ได้ทุกส่วน อย่างเช่นจากเดิมที่ใช้ Google Login หรือ Facebook Login ก็จะมี HUAWEI Login เพิ่มมาอีกอัน ในแง่ความปลอดภัยแล้ว HMS ก็ผ่านมาตรฐานทุกอย่างที่ควรจะมี

และเชื่อกันว่า HMS จะเติบโตได้สวย เนื่องจากมีสิ่งล่อใจนักพัฒนาแอพอย่างเช่น เงินรางวัล, การช่วยโปรโมท รวมถึงค่าใช้จ่ายที่ฟรี ในขณะที่การใช้ API ของ Google บางอย่างต้องจ่ายเงิน ด้วยแนวทางนี้จึงทำให้นักพัฒนาให้ความสนใจร่วมวงกับ HMS

HUAWEI ไม่ใช่ค่ายแรกที่ใช้ Android แต่ไม่ใช้ GMS และตัวอย่างที่ประสบความสำเร็จก็คือ Amazon ที่พัฒนาระบบของตัวเองมาแทนที่ GMS

บทสรุปรีวิว HUAWEI Mate 30 Pro

เดิมที HUAWEI มีจุดอ่อนด้านการถ่ายวีดีโอ การมาครั้งนี้คือการอุดจุดอ่อนที่โดดเด่นจนกลายเป็นจุดแข็ง ด้วยการทุ่มสุดตัวเพื่องานวีดีโอทั้งในแง่ของคุณภาพจากกล้องและการร่วมมือกับ OSMO Mobile 3 แต่ก็ไม่ทิ้งจุดเด่นด้านภาพนิ่ง รวมถึงประสิทธิภาพในการใช้งาน และความสะดวกในการเล่นเกมที่เหนือชั้นกว่าด้วยอุปกรณ์เสริมของ Betop และปุ่ม L/R

  • สินค้า
  • สเปค
  • รูปภาพ
  • ข้อเสนอ
ชิปเซ็ต

HiSilicon Kirin 990

แรม

8GB LPDDR4X

หน่วยความจำ

256GB,
เพิ่มพื้นที่ด้วย NM Card ได้ สูงสุด 256 GB

หน้าจอ

6.53 นิ้ว,
Flex OLED,
HDR,
FHD+ 2400 x 1176

กล้องหลัง

[กล้อง 4 ตัว]
[กล้องหลัก 40MP, f/1.6, 1/1.7", OIS, PDAF]
[กล้องมุมกว้าง 40MP, f/1.8, PDAF]
[กล้องซูม 8MP, f/2.4, ซูม 5 เท่า, OIS]
[กล้อง 3D Sense Camera]
Video 3840 x 2160 HDR+, 720p@7680fps, 1080p@960fps

กล้องหน้า

[32MP, f/2.0]
[สแกนใบหน้า 3 มิติ]

แบตเตอรี่

4500 mAh,
HUAWEI SuperCharge 40W,
ชาร์จไร้สาย 27W

มาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น

IP68

ข้อมูลเพิ่มเติม

ไม่มีรูหูฟัง,
IR-Blaster,
PC Mode,
Gesture บังคับเครื่องไม่แตะหน้าจอ

ราคาเปิดตัว

[รุ่น 4G ราคา 28,990 บาท]
[รุ่น 5G ราคา 1,199 ยูโร (~40,000 บาท)]

สิ่งเดียวที่น่าเสียดายก็คือ HMS ที่ยังไม่พร้อมใช้แต่ถูกเข็นให้ลงสนามก่อนเวลา จึงทำให้การใช้งานไม่สะดวกนัก ก็ต้องรอลุ้นให้การเจรจาทางการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีนจบลงด้วยดี เพื่อที่จะมี GMS ใช้ระหว่างที่ HMS กำลังพัฒนา

ความคิดเห็น

. .
      เปรียบเทียบรายการ
      • Total (0)
      เปรียบเทียบ
      0