พื้นที่โฆษณา A
พื้นที่โฆษณา H
เรื่องแนะนำ

แนะนำแนวทางเลือกเซิร์ฟเวอร์ไว้ทำ WordPress

พื้นที่โฆษณา D
พื้นที่โฆษณา E

WordPress เป็นระบบเว็บสำเร็จรูปที่แจกฟรี แต่ถ้าจะทำออกมาให้ดีก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไร ทำให้หลายคนหันไปใช้ตัวเลือกอื่นๆ แทน อย่างเช่น Facebook Page เพราะเริ่มต้นได้ง่ายและคนไทยก็นิยม แต่ของบางอย่างก็ทดแทนกันไม่ได้ ครั้งนี้ผมขอแนะนำแนวทางในการเลือกเซิร์ฟเวอร์สำหรับทำ WordPress แบบง่ายๆ ครับ

ประเภทของเซิร์ฟเวอร์

โดยรวมแล้วเซิร์ฟเวอร์ที่ใช้ทำ WordPress มีอยู่ไม่กี่แบบ ซึ่งแต่ละแบบก็มีราคาต่างกัน และมีจุดเด่นจุดด้อยต่างกัน และแต่ละที่ก็มีเงื่อนไขข้อจำกัดรวมถึงการปรับจูนที่ต่างกัน

Shared Hosting

รูปแบบนี้มีราคาถูกที่สุดเหมาะกับการเริ่มต้น มีราคาตั้งแต่หลักร้อยต่อปี ลักษณะนี้เป็นการเช่าเซิร์ฟเวอร์แบบแชร์ทรัพยากรกับลูกค้าคนอื่น เหมือนเรามีคอมพิวเตอร์แล้วแบ่งกันใช้หลายๆ คน ถ้าใครสักคนติดไวรัสหรือโหลดอะไรหนักๆ ก็อาจทำให้เว็บเราโดนผลกระทบไปด้วย

ซึ่งตรงนี้ก็อยู่ที่ว่าผู้ให้บริการแต่ละเจ้าจะป้องกันและแก้ไขยังไง บางเจ้าก็ใช้วิธีตีกรอบเช่นปิด Engine, Service บางตัว หรือจำกัดการใช้งานเลยว่าถ้ามีการโหลดมากผิดปรกติก็จะทำการปิดเว็บชั่วคราว ด้วยข้อจำกัดเหล่านี้จึงเหมาะสำหรับทำเว็บในระดับเริ่มต้น ไม่เหมาะกับการทำเว็บเพื่อใช้งานแบบจริงจังที่รองรับจำนวนคนเยอะๆ หรือมีการปรับแต่งเว็บที่กินทรัพยากร

นอกจากนี้อีกประเด็นหนึ่งที่ควรนำมาพิจารณาด้วยก็คือ ตัวควบคุมหลังบ้านซึ่งจะมีอยู่ไม่กี่ตัวที่นิยมใช้กัน ตามความเห็นผมแล้ว Direct Admin มี UI ที่ค่อนข้างเก่า ส่วน Plesk ค่อนข้างสวยและใช้ง่าย แต่ในแง่ของฟีเจอร์แล้วก็อยู่ที่ว่าทางผู้ให้บริการจะตั้งค่าไว้แบบไหน

THZhosting

เซิร์ฟเวอร์รูปแบบนี้ที่ผมเคยใช้แล้วประทับใจคือ thzhost เริ่มต้นที่ 800 บาทต่อปี บริการดีและเป็นกันเองมาก ใช้ระบบจัดการของ Plesk ปรับแต่งเลือกเวอร์ชั่นของ PHP ได้ เชื่อมต่อ CloudFlare ได้ง่าย

CloudRambo

ส่วนอีกเจ้าที่แนะนำก็คือ cloudrambo เจ้านี้จ่ายเป็นรายเดือน เริ่มต้นที่ 150 บาทต่อเดือน ด้านประสิทธิภาพและความเสถียรโดยรวมถือว่าดีมากสำหรับ Shared Hosting ดีพอสำหรับการทำธุรกิจเล็กๆ ได้สบาย มีการปรับจูนด้านความปลอดภัยและประสิทธิภาพ ทั้งเรื่องของ Cache, ClareFlare+Railgun แต่ข้อเสียคือไม่สามารถตั้ง forward email จากตัวเซิร์ฟเวอร์ได้ เพราะเค้าป้องกันปัญหาด้าน Spam

Cloud Server

อันที่จริงจะบอกว่ารูปแบบนี้พัฒนาต่อยอดมาจาก VPS ( Virtual Private Server ) ก็ไม่ผิดนัก โดยความต่างของ Cloud Server และ VPS ก็คือโครงสร้างเบื้องหลังที่ Cloud จะมีการกระจายข้อมูลและประมวลผลจากเซิร์ฟเวอร์หลายเครื่อง ส่วน VPS จะใช้เพียงเครื่องเดียวทำให้ประสิทธิภาพต่างกัน

Cloud Server มีข้อดีคือเราสามารถเลือกสเปคเครื่องได้ตามต้องการ จะใช้ CPU, RAM, Storage เท่าไรก็เลือกได้ตามเหมาะสม แต่ข้อควรรู้ก็คือ Cloud Server เหมือนเรามีเซิร์ฟเวอร์ส่วนตัวที่จะเอาไปทำอะไรก็ได้ ไม่จำเป็นต้องใช้ทำเว็บ ดังนั้นเค้าจะไม่ติดตั้งอะไรมาให้เลย โดยทั่วไปแล้วเราจะต้องติดตั้งระบบเองทุกอย่างและมักจะเป็น Linux ซึ่งไม่เหมาะกับคนทั่วไป

แต่ช่วงหลัง Cloud Server ก็มีการพัฒนาต่อยอดให้ใช้งานได้ง่ายขึ้น โดยมีตัวเลือกติดตั้งระบบต่างๆ มาให้พร้อมใช้ทำเว็บ

CloudWays

ผู้ให้บริการที่ผมเคยลองใช้แล้วชอบก็คือ CloudWays จุดเด่นที่ต่างจาก Cloud Server เจ้าอื่นคือ CloudWays เป็นเพียงตัวกลางที่เหมือน Control Panel ให้เราควบคุมระบบได้ง่าย โดย Cloud ที่อยู่เบื้องหลังจริงๆ คือ DigitalOcean, linode, VULTR, Amazon Web Services, Google Cloud

เพราะทั้ง 4 เจ้าที่ว่าเป็น Cloud ที่มีประสิทธิภาพ แต่ไม่มีการติดตั้งระบบมาให้สำหรับการทำเว็บ ตัว CloudWays เลยทำหน้าที่เป็นส่วนบริหารจัดการให้อีกที ทำให้มีประสิทธิภาพจาก Cloud ระดับโลก พร้อมกับการบริหารจัดการที่ง่าย มาพร้อมกับ SSL สำหรับทำ https และ CDN ในตัว ที่ช่วยให้เข้าใช้จากแต่ละประเทศได้เร็วขึ้นกว่าเดิม มีการตั้งค่าระบบ Caching มาให้ ส่วนตัวแล้วผมแนะนำให้เลือกใช้บริการเบื้องหลังจาก DigitalOcean เพราะราคาค่อนข้างถูก

runcloud.io

แนะนำแนวทางเลือกเซิร์ฟเวอร์ไว้ทำ Wordpress 4

อีกเจ้าที่ผมแนะนำก็คือ runcloud.io โดยตัวนี้มีความคล้าย CloudWays ตรงที่เป็นตัวกลางที่ทำให้เราสร้างเว็บบน DigitalOcean, linode, VULTR, Amazon Web Services, Google Cloud หรือ Cloud Server อื่นๆ ได้ง่าย

จุดต่างที่สำคัญคือ runcloud.io จะคิดค่าบริการเฉพาะส่วนของค่าบริหารจัดการ แต่ไม่ชาร์จราคาค่า Cloud Server ซึ่งเราจะต้องไปจ่ายเงินเช่าพื้นที่โดยตรงจากแต่ละราย ไม่ได้จ่ายผ่าน runcloud.io หมายความว่าจะมีขั้นตอนที่ซับซ้อนกว่า CloudWays แต่โดยรวมแล้วจะมีค่าใช้จ่ายที่ถูกกว่า

ถ้าเทียบความง่ายแล้วแนะนำให้ใช้ CloudWays ครับ แต่ถ้ามีทักษะความรู้ด้านการจัดการเซิร์ฟเวอร์พอตัว จะเลือกใช้ runcloud.io ก็ดีเพราะราคาถูกกว่า

WordPress Server

เซิร์ฟเวอร์ประเภทนี้คือเกิดมาเพื่อ WordPress โดยเฉพาะ ปรับแต่งได้ไม่มากเท่ารูปแบบอื่นๆ ข้อดีคือเริ่มต้นง่ายใครก็ใช้ได้ ข้อเสียคือข้อจำกัดสูงมาก

WordPress.com

ตัวที่ผมเคยใช้แล้วชอบคือ WordPress.com เริ่มต้นใช้งานได้ฟรี แต่ถ้าต้องการฟีเจอร์เพิ่มหรือติดตั้ง Plugin และ Theme เองก็ต้องจ่ายเงินเพิ่ม จุดเด่นคือใช้ง่ายและค่อนข้างเสถียร มีทีมงานดูแลตลอดเวลา ดีพอจะใช้ทำธุรกิจและทำเว็บ ecommerce แต่ข้อเสียคือปรับแต่งได้น้อยมาก

และเมื่อปลายปี 2019 ทาง WordPress.com ได้เพิ่มฟีเจอร์ให้เราสามารถเข้าถึงไฟล์ของระบบได้ง่ายขึ้น รองรับ FTP และการเข้าถึง Database ด้วย นับว่าเป็นอีกรูปแบบที่คุ้มค่าและใช้งานง่าย

ประเทศที่ตั้งเซิร์ฟเวอร์

อีกประเด็นที่สำคัญก็คือที่ตั้งของเซิร์ฟเวอร์ ถ้าคิดแบบง่ายๆ เลยก็คือถ้าอยู่ใกล้ก็ยิ่งส่งข้อมูลได้เร็ว และยังมีประเด็นเรื่องของ Bandwidth ของต่างประเทศที่น้อยกว่าการส่งข้อมูลในประเทศ ทำให้หลายคนเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ในไทย

แนะนำแนวทางเลือกเซิร์ฟเวอร์ไว้ทำ Wordpress 6

แต่ปัญหาก็คือการเลือกใช้เซิร์ฟเวอร์ในไทยก็จะทำให้ใช้งานจากต่างประเทศได้ช้า รวมถึงการที่ Google จะเข้ามาเก็บข้อมูลสำหรับทำ SEO และการดึงภาพหน้าปกสำหรับแชร์ไปยัง Facebook ก็จะมีประสิทธิภาพต่ำลงไปด้วย ทั้งคู่ก็มีข้อดีและข้อเสียที่ต่างกัน แต่ทั้งนี้ก็อยู่ที่การ Config ตั้งค่าปรับจูนด้วย

ตัวช่วยเพิ่มประสิทธิภาพ

นอกจากการเลือกเซิร์ฟเวอร์ประเภทต่างๆ ข้างต้นแล้ว สิ่งสำคัญคือการปรับแต่งเพิ่มประสิทธิภาพ ซึ่งส่วนสำคัญที่ทำได้ไม่ยากจนเกินไปก็คือการใช้ Content Delivery Network และตั้งค่า Optimize Plugin แต่ถ้าไม่มีพื้นฐานด้านการทำเว็บเลยก็ไม่แนะนำให้ยุ่งกับส่วนนี้ เพราะอาจทำให้ระบบเพี้ยนครับ

Content Delivery Network

Content Delivery Network หรือ CDN มีหน้าที่กระจายข้อมูลไปยังเซิร์ฟเวอร์ที่อยู่ใกล้เครื่องปลายทางให้มากที่สุด คล้ายกับการกระจายสินค้าจากศูนย์ใหญ่ไปยังสาขาต่างๆ เพื่อให้ลูกค้าเดินมารับของได้ง่ายขึ้น

บริการ CDN ที่ได้รับความนิยมมากก็คือ CloudFlare เพราะฟรี มีระบบรักษาความปลอดภัยๆ มาให้เช่น การป้องกันโดนยิงเซิร์ฟเวอร์ และยังมี Node กระจายอยู่ทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย

ในทางปฏิบัติกับการใช้งานจริง การเปิดใช้งาน CloudFlare อาจไม่ใช่ผลดีเสมอไป บางกรณีก็ทำให้เว็บช้าลงด้วยซ้ำ ขึ้นอยู่กับการปรับแต่งของแต่ละเซิร์ฟเวอร์ด้วย

Optimize

การ Optimize เป็นอีกส่วนที่สำคัญที่ช่วยให้เว็บเร็วขึ้นได้มาก ( แต่ถ้าตั้งค่าผิดก็จะทำให้เว็บรวนได้เช่นกัน ) โดยมีปัจจัยหลักคือการทำ Caching ที่ลดการเรียกข้อมูลลง

อธิบายแบบเข้าใจง่ายๆ ก็คือปรกติแล้วการเปิดเว็บแต่ละหน้าก็จะมีการไปดึงข้อมูลจาก Database และรันคำสั่งไม่น้อย การทำ Caching ก็จะช่วยดึงไฟล์พวกนั้นมาเก็บไว้ก่อน หรือลดการดึงข้อมูล

อีกส่วนสำคัญคือการ Minify ที่จะช่วยลดขนาดหรือควบรวมไฟล์สคริปต่างๆ เช่น JS, CSS ให้เล็กลง รวมถึงการ Clean up Database ที่ทำการลบสิ่งไม่จำเป็น ซึ่งการ Optimize ก็มี Plugin ให้เลือกใช้มากมาย

ตัวที่หลายคนแนะนำว่าดีสุดๆ คือ WP Rocket แต่ตัวนี้ไม่ฟรีนะครับ โดยตัวนี้ทำสิ่งต่างๆ ที่ว่ามาได้ทั้งหมด แต่ถ้าอยากได้ของฟรีก็มีหลายตัวที่คนนิยม เช่น W3 Total Cache, WP Super Cache, Cache Enabler

นอกจากนี้ยังมีส่วนของการ Optimize Image ที่ช่วยลดขนาดไฟล์รูปภาพที่อ่านเพิ่มเติมได้จากบทความก่อนหน้านี้ ที่สำคัญคืออย่าติดตั้งตัว Optimize ซ้ำซ้อนหน้าที่กันครับ

บทสรุปของการเลือกเซิร์ฟเวอร์สำหรับ WordPress

บทความนี้เป็นเพียงแนวทางเบื้องต้นเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงแล้วยังมีปัจจัยอีกมากมายที่มีผลกับประสิทธิภาพและความเสถียร สำหรับผมแล้ว ณ วันที่ทำบทความนี้ ผมเลือกใช้ CloudWays เพราะประสิทธิภาพดีมาก ปรับแต่งได้อิสระ ใช้งานได้ง่าย และราคาไม่สูงจนเกินไป

Update - 2020.01.29หลังจากเขียนบทความนี้ได้ไม่กี่วัน ยอดทราฟิกก็ถล่มทลายจนต้องขยายแพลน และถ้าตัวแพงๆ ที่ runcloud.io ราคาดีกว่า ก็เลยย้ายไปอยู่กับ runcloud.io แทน 

ก่อนหน้านี้ผมใช้บริการของ WordPress.com ที่ถือว่าเร็วและเสถียร ปัญหาน้อยและทีมงานแก้ไขเร็ว แต่ด้วยความที่ผมปรับแต่งโค๊ดเยอะและทาง WordPress.com มีข้อจำกัดมากเกินไป ผมเลยย้ายไปอยู่กับ CloudWays แทน

ตอนอยู่กับ WordPress.com เว็บผมก็ถือว่าเร็วพอตัวแต่ก็ยังดีไม่พอในแง่การวัดคะแนน โดยผลการทดสอบ GTmetrix ได้คะแนน E, E ซึ่งถือว่าค่อนข้างแย่ แม้ว่าการใช้งานจริงจะไม่เลวร้าย แต่ในแง่ของระบบที่มองกันเองถือว่าแย่ ส่งผลให้ SEO แย่ตามไปด้วย

แนะนำแนวทางเลือกเซิร์ฟเวอร์ไว้ทำ Wordpress 9

แต่พอย้ายมาอยู่กับ CloudWays และเปิดใช้งาน Caching กับ CDN ที่เค้ามีให้ ผลคือเว็บเร็วกว่าเดิมแบบรู้สึกได้ และยังเร็วขึ้นในแง่ของคะแนนอีกด้วย จาก E, E ตอนนี้ก็กลายเป็น A, A เรียบร้อย

แนะนำแนวทางเลือกเซิร์ฟเวอร์ไว้ทำ Wordpress 10

ส่วนเว็บอื่นๆ ที่ไม่ได้มีคนเข้าเยอะมากนักและไม่ต้องปรับแต่งมาก ผมเลือกใช้ thzhost เพราะราคาถูก ซึ่งถ้าปรับแต่งดีๆ ก็เร็วและได้คะแนนระดับ A, A เช่นกันครับ แต่ทั้งนี้ก็ต้องบอกว่า อย่าไปยึดติดคะแนนจาก GTmetrix มากนัก ให้ดูในภาพรวมดีกว่าครับ

ติดตามการรีวิว ชี้เป้า เล่าข่าว เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: www.facebook.com/bacidea
Twitter: www.twitter.com/bacidea
Instagram: www.instagram.com/bacidea
YouTube: www.youtube.com/bacidea
พื้นที่โฆษณา F

Tags:

ความคิดเห็น

เปรียบเทียบรายการ
  • ทั้งหมด (0)
เปรียบเทียบ
0