พื้นที่โฆษณา A
พื้นที่โฆษณา H
เรื่องแนะนำ

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังคุณภาพระดับสตูดิโอ มีระบบค้นหาหูฟังพร้อมการควบคุมแบบสไลด์

พื้นที่โฆษณา D
พื้นที่โฆษณา E

Vivo TWS Neo เป็นหูฟังอีกรุ่นที่สื่อหลายสำนักออกปากชมคุณภาพเสียงว่าเกินคาด ไม่ได้ดีแค่โฆษณาแต่เสียงดีจริง และยังมีไมค์ที่คมชัดพร้อมกับการควบคุมที่ง่ายและครบถ้วน

10 คะแนนรวม
2,999 บาท ราคานี้จัดว่าคุ้มมาก

หูฟังที่ครบเครื่องมาก ไม่ว่าจะเป็นด้านเสียงหรือด้านความเป็น Gadget ที่ให้ลูกเล่นต่างๆ มาเยอะและใช้งานได้จริง เมื่อเทียบกับราคา 2,999 บาทแล้วถือว่าคุ้มมาก

ข้อดี
  • เสียงดีมากเมื่อเทียบกับราคา
  • มี EQ ให้ปรับเสียงตามชอบ
  • มีระบบค้นหาหูฟัง
  • Latency ต่ำ ใช้งานไม่หน่วง
  • ดีไซน์สวย ใส่สบาย
  • กันน้ำระดับ IP54
คะแนนผู้ใช้: ยังไม่มีคะแนน

ดีไซน์มีเสน่ห์ไม่ซ้ำใคร

ความน่าสนใจของ Vivo TWS Neo เริ่มตั้งแต่การออกแบบตัวเคสด้วยความโค้งมนที่ต่างจากหูฟังรุ่นอื่นๆ จึงทำให้มีความ Sexy เย้ายวนชวนสัมผัสมากๆ มีให้เลือก 2 สีได้แก่ Moonlight White และ Starry Blue โดยสีที่เป็นไฮไลท์ของรุ่นนี้คือ Starry Blue ที่ดูเหมือนจะดำแต่ก็ไม่ดำ ชวนค้นหามากๆ การชาร์จเป็นแบบ USB-C เพิ่มความสะดวกในการใช้งานตามยุคสมัยได้เป็นอย่างดี

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังคุณภาพระดับสตูดิโอ มีระบบค้นหาหูฟังพร้อมการควบคุมแบบสไลด์ 2

ปรับ EQ ได้ เสียงดีเกินราคา

แม้ว่า Vivo TWS Neo จะสามารถเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนได้ทุกรุ่น แต่ถ้าอยากให้มีประสิทธิภาพสูงสุดก็ต้องจับคู่กับสมาร์ทโฟนที่ใช้ชิปของ Qualcomm Snapdragon เพราะมีการจูนระบบต่างๆ ให้เข้ากับชิปตัวนี้ ดังนั้นเราจึงใช้ Vivo V19 เป็นเครื่องทดสอบหูฟังตัวนี้ เพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด

จุดเด่นที่ Vivo หยิบมาชูโรงอย่างแรกก็คือระบบเสียงที่ดีมาก มาพร้อมกับไดร์เวอร์ขนาด 14.2 มม. และจากที่ทีมงานเราได้ทดสอบก็พบว่า Vivo TWS Neo เสียงดีจริงไม่ใช่แค่คำโฆษณาชวนเชื่อ โดยมีคาแรกเตอร์เสียงเดิมๆ ในลักษณะ Audiophile ที่เสียงค่อนข้างเคลียร์ เบสนุ่มแต่ไม่ลึกกระแทก อยู่ในเกณฑ์ที่จับจังหวะได้ ฟังสบายๆ ได้ยาวๆ ย่านเสียงที่เด่นเป็นพิเศษคือเบสและเสียงร้อง ส่วนเสียงสูง หางเสียงร้อง และเครื่องเคาะ ไม่ใช่สิ่งที่หูฟังรุ่นนี้เน้นเท่าไรนัก มิติทิศทางของเสียงจัดว่าดี เสียงมีพลังไม่บางแบน

vivo tws neo

แต่ด้วยความที่แอพฟังเพลงแต่ละตัวก็จูนเสียงมาต่างกัน รวมถึงแต่ละเพลงก็มิ๊กซ์มาไม่เหมือนกัน ตัว Vivo TWS Neo จึงสามารถปรับ EQ เสียงได้ 3 แบบคือ Clear, Mega Bass และ High Pitch Clear เพื่อให้เหมาะกับความชอบของแต่ละคน

ซึ่ง EQ แต่ละแบบก็ให้ความรู้สึกที่แตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด โดยรวมแล้วแบบ Clear จะให้รายละเอียดการจำแนกชิ้นเสียงที่ชัดเจนกว่า รวมถึงเสียงกลองก็เด่นชัดขึ้นมาด้วย ฟังนานๆ ก็อาจรู้สึกล้าได้ ส่วน Mega Bass จะให้เสียงที่ค่อนข้างนุ่ม ไม่ใช่เบสกระแทก จัดว่าเป็นเสียงที่ฟังได้เรื่อยๆ สำหรับ High Pitch Clear ผมมองว่าเหมาะกับเฉพาะกลุ่มจริงๆ เพราะเสียงจะถูกจูนให้เน้นย่านเสียงสูงประเภทหางเสียงร้อง เสียงแหบๆ หรือเครื่องเคาะ ซึ่งมันลอยเด่นกว่าเดิมจนทำให้เครื่องดนตรีชิ้นอื่นดูดรอปลงไป

ส่วนตัวแล้วถ้าฟังระยะเวลาสั้นๆ ผมชอบแบบ Clear แต่ถ้าฟังเรื่อยๆ ยาวๆ ผมชอบแบบ Mega Bass ครับ ซึ่งคุณภาพเสียงและสัญญาณการเชื่อมต่อที่เสถียรนี้ ก็ได้อานิสงส์ของ Qualcomm aptX Adaptive รวมถึงระบบเสียงที่ Vivo พัฒนาขึ้นมาอย่าง DEEP X

The next generation of aptX

Qualcomm aptX Adaptive

AI Dynamic Low Latency จบปัญหาภาพไม่ตรงกับเสียง ฟังเพลงแล้วกระตุก

ปี 2020 แล้วไม่ควรมีหูฟังที่ภาพไม่ตรงกับเสียงแล้ว โดย Vivo TWS Neo มาพร้อมกับระบบ AI Dynamic Low Latency ที่มีความหน่วงต่ำถึง 88ms ที่นอกจากจะให้ภาพที่ตรงกับเสียงแล้ว ยังทำให้การส่งข้อมูลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ทำให้เราได้ฟังเพลงที่คุณภาพดีโดยไม่ติดขัด

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังคุณภาพระดับสตูดิโอ มีระบบค้นหาหูฟังพร้อมการควบคุมแบบสไลด์ 6

สวมใส่สบายไม่ปวดหู มีการควบคุมแบบสไลด์ และเซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่

ในราคา 2,999 บาท ไม่น่าเชื่อว่านอกจากจะให้เสียงที่เกินตัวแล้ว Vivo ยังให้เซ็นเซอร์ตรวจจับการสวมใส่มาด้วย โดยจะหยุดเล่นเพลงเมื่อถอดและเล่นต่อเมื่อสวมใส่ ดีไซน์ตัวหูฟังเป็นแบบ Earbuds ที่มีก้านไมค์ โดยก้านนี้ก็ไม่ได้มีไว้เท่ๆ แต่ช่วยให้ไมค์มีคุณภาพเสียงที่ดีกว่าเดิม ซึ่งก็อยู่ในระดับที่ดีพอสำรับการสนทนาแบบชัดเจนไม่ติดขัด

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังคุณภาพระดับสตูดิโอ มีระบบค้นหาหูฟังพร้อมการควบคุมแบบสไลด์ 7

ส่วนก้านหูฟังใช้เป็นส่วนของการควบคุมแบบสไลด์ โดยเราสามารถตั้งค่า Custom การควบคุมได้เองตามใจชอบ ซึ่งค่าตั้งต้นในการสไลด์คือการปรับระดับความดังของเสียง และยังสามารถแตะที่หูฟังแต่ละข้างเพื่อเรียกคำสั่งอื่นๆ ได้ตามที่เราตั้งไว้

ชาร์จสะดวกด้วย USB-C แบตเตอรี่ใช้งานได้ 22.5 ชั่วโมง

ตามที่เราได้เกริ่นไปตั้งแต่ช่วงต้นว่า Vivo TWS Neo ชาร์จด้วย USB-C ซึ่งเป็นพอร์ตมาตรฐานในยุคนี้ ทำให้หาสายชาร์จได้ง่าย และโดยธรรมชาติแล้วคงไม่มีใครใส่หูฟังทั้งวัน ดังนั้นการที่หูฟังรุ่นนี้ใช้ร่วมกับตัวเคสแล้วมีแบตเตอรี่ยาวนานถึง 22.5 ชั่วโมงก็จัดว่าเหลือเฟือสำหรับการใช้งานแล้ว

มีระบบค้นหาหูฟัง และระบบตัดเสียงรบกวน

อีกฟีเจอร์ที่ไม่คิดว่าจะมีมาให้ในราคานี้ก็คือระบบค้นหาหูฟัง โดยจะแสดงผลในแผนที่ว่าล่าสุดอยู่ที่ไหน รวมถึงระบบตัดเสียงรบกวน Noise-Cancelling ด้วย

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังคุณภาพระดับสตูดิโอ มีระบบค้นหาหูฟังพร้อมการควบคุมแบบสไลด์ 8

ราคา 2,999 บาท กันน้ำแบบ IP54

ทั้งหมดที่ร่ายมาไม่น่าเชื่อว่าจะราคา 2,999 บาทเท่านั้น ซึ่งถ้าจะเอาคุณสมบัติแบบนี้ราวปี 2018-2019 คงต้องจ่ายเงินเป็นหมื่นแน่นอน แต่ยังไม่หมดแค่นั้นเพราะ Vivo TWS Neo ยังกันน้ำระดับ IP54 ด้วย ซึ่งเพียงพอสำหรับการปกป้องละอองน้ำเล็กน้อยระหว่างวัน

รีวิว Vivo TWS Neo หูฟังคุณภาพระดับสตูดิโอ มีระบบค้นหาหูฟังพร้อมการควบคุมแบบสไลด์ 9

บทสรุปรีวิว Vivo TWS Neo

ยอมรับว่าก่อนจะได้ลองใช้งานจริง ผมก็คิดว่าเสียงดีระดับสตูดิโอเป็นเพียงคำเปรียบเปรยว่าเสียงดี แต่พอได้ลองหยิบมาใช้งานจริงก็พบว่าเสียงมันดีจริงๆ แบบดีเกินตัวอย่างไม่น่าเชื่อว่าจะมาในราคานี้พร้อมกับคุณสมบัติอีกมากมาย ที่ต้องบอกว่าคุ้มเกินค่าตัวมากๆ

ติดตามการรีวิว ชี้เป้า เล่าเรื่อง เพิ่มเติมได้ที่
Facebook: www.facebook.com/bacidea
Twitter: www.twitter.com/bacidea
Instagram: www.instagram.com/bacidea
YouTube: www.youtube.com/bacidea
พื้นที่โฆษณา F

Tags:

ความคิดเห็น

เปรียบเทียบรายการ
  • ทั้งหมด (0)
เปรียบเทียบ
0