เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno

Android เป็นระบบปฏิบัติการที่มีส่วนแบ่งในตลาดสมาร์ทโฟนมากที่สุดในเวลานี้ ซึ่งมีบริษัทมากมายจนนับไม่ถ้วนที่ใช้ระบบปฏิบัติการ Android บนมือถือของตัวเอง แน่นอนว่าแต่ละบริษัทนั้นก็ต้องนำเจ้า Android ไปปรับแต่งในแบบฉบับของตัวเองเพื่อให้มีความแตกต่างจากแบรนด์อื่น ๆ

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 3

สำหรับ OPPO เองก็เช่นกัน ระบบปฏิบัติการของ OPPO ที่เรียกว่า ColorOS นั้นมีพื้นฐานมาจากระบบปฏิบัติการ Android ซึ่งในปัจจุบัน ColorOS ก็ได้ถูกพัฒนามาจนถึงเวอร์ชันที่ 6 แล้ว โดยมีพื้นฐานมาจาก Android 9 Pie นั่นเอง

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 5

เกร็ดความรู้: ถึงแม้ว่า ColorOS ในเวอร์ชันปัจจุบันจะเป็น ColorOS 6 แต่ถ้านับจำนวนที่ออกมาทั้งหมดจะมีด้วยกัน 9 เวอร์ชัน ได้แก่ ColorOS 1.0, ColorOS 2.1 (Android Lollipop), ColorOS 3.0 (Android Lollipop), ColorOS 3.1 (Android Nougat), ColorOS 3.2 (Android Nougat), ColorOS 5.0 (Android Oreo), ColorOS 5.1 (Android Oreo), ColorOS 5.2 (Android Oreo) และ ColorOS 6.0 (Android Pie)

ในบทความนี้ เราจะพาท่านผู้อ่านไปสำรวจความสามารถและฟีเจอร์เด็ด ๆ ของ ColorOS 6 ที่มาพร้อมกับ OPPO Reno สมาร์ทโฟนซีรีส์เรือธงของค่ายในเวลานี้

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 7

Home Screen | ColorOS 6

ก่อนจะไปเจาะลึกว่า ColorOS 6 ทำอะไรได้บ้างนั้น เราจะพาไปสำรวจแบบเบื้องต้นกันก่อน เริ่มจากการสำรวจหน้า Home Screen ก่อนเลย เมื่อเปิดเครื่องมา (และปลดล็อคเครื่อง) เราจะพบกับหน้า Home Screen

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 9

สิ่งที่เราจะพบในหน้า Home Screen นั้นคือแอปพลิเคชันต่าง ๆ ที่ OPPO ได้ทำการ Pre-load มาให้จากโรงงาน (แต่ในภาพนี้ผมได้ลงแอปพลิเคชั่นเพิ่มไปพอสมควรและลบออกไปบางส่วน รวมถึงจัดเรียงไอคอนใหม่ครับ ถ้าซื้อมาใช้เองจะไม่เหมือนตามนี้เป๊ะ ๆ)

ถ้าปัดนิ้วลงมาจากบริเวณตรงกลางของหน้า Home Screen ก็จะสามารถค้นหาแอป , รายชื่อที่บันทึกเอาไว้ในโทรศัพท์ หรือดูผลการค้นหาสิ่งที่เราพิมพ์จากอินเตอร์เน็ตก็ได้

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 11

และถ้าปัดหน้า Home Screen ไปทางขวาจนมาถึงหน้าซ้ายสุด ก็จะพบกับ Smart Assistant สิ่งนี้จะทำอะไรได้บ้างนั้น เดี๋ยวจะมาบอกในหัวข้อต่อ ๆ ไปครับ

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 13

เมื่อปัดจากขอบจอด้านบนสุดลงมาจะพบกับการตั้งค่าเบื้องต้นต่าง ๆ และ Notification Center

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 15

สามารถลากบริเวณการตั้งค่าต่าง ๆ ลงมาเพื่อดูการตั้งค่าเพิ่มเติม หรือกดตรงสัญลักษณ์ 3 ขีดที่มีลูกศรชี้ลงอยู่ข้าง ๆ เพื่อเพิ่มการตั้งค่าอื่น ๆ ได้

และกดดูการแจ้งเตือนทั้งหมดได้ โดยลากนิ้ว ขึ้นจากบริเวณ Notification Center

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 21

สำรวจบริเวณ Home Screen และ Notification Center กันไปแล้ว เดี๋ยวเราจะมาดูฟีเจอร์ต่าง ๆ ใน Settings ที่เป็นความสามารถพิเศษเฉพาะตัวของ ColorOS 6 กันบ้าง

OPPO ID

OPPO ID จะเป็นการสมัครแอคเคาท์ของ OPPO เพื่อใช้บริการ OPPO Cloud และ Family Sharing รวมไปถึงการกู้คืนรหัสผ่านของเครื่อง

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 27

ในส่วนของ OPPO Cloud นั้นจะให้พื้นที่ฟรีความจุ 5 GB มาเป็นค่าเริ่มต้น ซึ่งสามารถเก็บข้อมูลรูปภาพ, รายชื่อผู้ติดต่อ รวมไปถึงข้อมูลและการตั้งค่าต่าง ๆ ของเครื่องได้

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 29

แต่ถ้าหากใช้งานเยอะจนพื้นที่ที่ให้มาฟรี 5 GB ไม่พอใช้ ก็สามารถซื้อเพิ่มได้ โดยมีให้เลือก 3 แพ็คเกจ คือ

  • 25 GB ราคา 25 บาทต่อเดือน
  • 100 GB ราคา 75 บาทต่อเดือน
  • 1024 GB ราคา 300 บาทต่อเดือน

ซึ่งจะซื้อแบบต่ออัตโนมัติรายเดือนหรือซื้อเป็นระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน หรือ 1 ปีก็ได้ ราคาต่อเดือนคงที่ ไม่มีความแตกต่างกัน

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 31

และในส่วนของ Family Sharing คือการแชร์พื้นที่ OPPO Cloud ที่เราซื้อมาไว้ใช้งานร่วมกันกับคนในครอบครัว ซึ่งสามารถเพิ่มจำนวนสมาชิกได้สูงสุดถึง 5 คน

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 33

Smart Services

Smart Services จะมีอยู่ 2 ส่วนหลัก ๆ คือ Smart Driving และ Smart Assistant

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 35

Smart Driving จะช่วยป้องกันการโทรเข้าและแจ้งเตือนต่าง ๆ เวลาขับขี่ยานพาหนะอย่างรถยนต์ มอเตอร์ไซค์ และจักรยาน สำหรับรถยนต์ที่มีบลูทูธสามารถตั้งค่าให้เปิดโหมดนี้ได้อัตโนมัติทันทีที่สมาร์ทโฟน OPPO ของเราเชื่อมต่อกับบลูทูธของรถยนต์

Smart Assistant ที่จะโชว์ข้อมูลต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ในหน้าซ้ายสุดของ Home Screen อย่างเช่น วันที่, สภาพอากาศ, เบอร์ติดต่อที่ตั้งเป็น Favorite, จำนวนก้าวในการเดิน, ฯลฯ โดยสามารถปรับแต่งหน้านี้และเพิ่มเติมทางลัดให้กับแอปต่าง ๆ ได้

Convenience Aid

ในส่วนของ Convenience Aid จะเป็นการปรับแต่งการควบคุมเครื่อง ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของปุ่ม Power, Navigation Keys, การใช้การเคลื่อนไหวและท่าทางต่าง ๆ และการสร้าง Shortcut เพื่อเรียกใช้งานแอปพลิเคชันและเครื่องมือต่าง ๆ อย่างรวดเร็ว สามารถทำอะไรได้บ้างนั้นมาดูกันเลย

กดปุ่ม Power ค้างไว้ 0.5 วินาทีเพื่อเรียกใช้งาน Google Assistant

Navigations Keys ปรับแต่งการนำทางของเครื่อง ในส่วนนี้เป็นส่วนที่ชอบบน ColorOS 6 เป็นอันดับต้น ๆ และอยากภูมิใจนำเสนอมากที่สุด เพราะว่ามีให้เลือกหลายแบบตามความถนัดและความเคยชิน ไม่ว่าจะชอบแบบไหนหรือย้ายมาจากแบรนด์อื่น ๆ มาใช้ OPPO ก็สามารถใช้งานได้ง่าย ๆ โดยที่ไม่ต้องปรับตัวมาก

  • Swipe Gestures from Both Sides ใช้งานโดยการปัดจากขอบด้านซ้ายหรือด้านขวาเพื่อทำการกลับไปยังหน้าก่อนหน้า, ปัดจากด้านล่างสุดขึ้นไปข้างบนเพื่อกลับมาหน้า Home Screen, ลากจากด้านล่างขึ้นมาและค้างเอาไว้เพื่อดู Recent Tasks และลากจากขอบด้านซ้ายหรือขวาเข้ามาให้เลยกึ่งกลางของหน้าจอและค้างเอาไว้เพื่อสลับไปยังแอปพลิเคชันที่ใช้งานก่อนหน้า
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 49
  • Swipe-up Gestures มีให้เลือกใช้งานได้ 4 แบบ ได้แก่
    • Back at Both Sides ปัดขึ้นจากขอบล่างทั้งฝั่งซ้ายและขวาเพื่อกลับไปยังหน้าก่อนหน้า, ปัดขึ้นจากด้านล่างตรงกลางเพื่อไปหน้า Home Screen และลากขึ้นจากด้านล่างตรงกลางและค้างเอาไว้เพื่อดู Recent Tasks
    • Simple Gestures ปัดขึ้นจากด้านล่างตรงกลางเพื่อไปหน้า Home Screen และลากขึ้นจากด้านล่างตรงกลางและค้างเอาไว้เพื่อดู Recent Tasks (ใช้การกดกลับจากในปุ่มของแอปพลิเคชันเท่านั้น)
    • Back on the Right ปัดขึ้นจากขอบด้านล่างซ้ายเพื่อดู Recent Tasks, ปัดขึ้นจากตรงกลางเพื่อมายังหน้า Home Screen และปัดขึ้นจากด้านขวาเพื่อกลับ
    • Back on the Left ปัดขึ้นจากขอบด้านล่างซ้ายเพื่อกลับ, ปัดขึ้นจากตรงกลางเพื่อมายังหน้า Home Screen และปัดขึ้นจากด้านขวาเพื่อดู Recent Tasks
  • Virtual Keys ใช้ปุ่มเสมือนในการนำทางแบบ Android รุ่นก่อน ๆ รวมไปถึงแถบนำทางในรูปแบบเดียวกับของ Pixel Android
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 51

Assistive Ball สำหรับตั้งค่าให้ทำหน้าที่ในการควบคุมเครื่องโดยสามารถตั้งให้ทำงานได้ 3 อย่าง เช่น กด 1 ครั้งเพื่อย้อนกลับ กด 2 ครั้งเพื่อเข้าสู้หน้า Recent Tasks กดค้างเพื่อไปหน้า JHome Screen ซึ่งสามารถเปลี่ยนแปลงหน้าที่ของเจ้าปุ่มนี้ได้อย่างตามใจชอบ หรือจะใช้เป็นทางลัดสำหรับเครื่องมือต่าง ๆ ก็ย่อมได้

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 57
ใช้งานแบบ Gesture Operations แตะเพื่อควบคุมเครื่อง
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 59
ใช้งานแบบ Tab Menu กดแล้วมีเครื่องมือต่าง ๆ ขึึ้นมาให้เลือก

Smart Sidebar เป็นแถบทางลัดสำหรับเข้าถึงแอปพลิเคชั่นและเครื่องมือต่าง ๆ โดยลากจากแถบบาง ๆ ใส ๆ ที่อยู่บริเวณด้านบนของขอบด้านขวาเข้าหากึ่งกลางหน้าจอ

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 61
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 63
แถบของ Smart Sidebar
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 65
เมื่อลากออกมาก็จะมีแอปพลิเคชันและเครื่องมือต่าง ๆ ให้เลือก

ถ้าหากต้องการเพิ่มแอปพลิเคชันและเครื่องมือต่าง ๆ ก็สามารถปรับเปลี่ยนและเพิ่มเติมได้ตามใจชอบ

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 67

Gesture & Motion ต้องบอกเลยว่านี่คือจุดเด่นของ ColorOS ที่มีมาอย่างยาวนาน ซึ่งความสามารถของสิ่งนี้ก็คือการวาดหรือทำท่าทางต่าง ๆ ลงบนหน้าจอขณะปิดอยู่เพื่อเป็นคีย์ลัดในการทำงาน

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 69

โดยที่เครื่องมีให้ตั้งในเบื้องต้นก็คือ

  • กด 2 ทีบนจอเพื่อให้หน้าจอติด
  • วาดรูปตัว O เพื่อเปิดกล้อง
  • วาดรูปตัว V เพื่อเปิดแฟลช
  • วาด || ลงบนจอเพื่อหยุดหรือเล่นเพลง
  • วาด < กับ > เพื่อเปลี่ยนเพลง
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 71

ทดลองวาดตัว O เพื่อเปิดกล้องสักหน่อย

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 73
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 75

ทดลองลากตัว V เพื่อเปิดแฟลชบ้าง

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 77
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 79

หรือถ้ายังไม่จุใจก็สามารถตั้ง Gesture เพิ่มเติมได้โดยเลือกท่าทางในรูปด้านล่างแล้วเลือกว่าจะให้ปลดล็อกเครื่อง, โทรหารายชื่อที่ต้องการ หรือเปิดแอปพลิเคชันที่ตั้งเอาไว้

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 81

ในส่วนของ Smart Call นั้น จะมีฟีเจอร์ 3 อย่าง ได้แก่

  • รับสายอัตโนมัติเมื่อหยิบสมาร์ทโฟนเข้ามาใกล้หู
  • สลับโหมดจากเปิดลำโพงสนทนาเป็นลำโพงสนทนาแบบปกติเมื่อหยิบสมาร์ทโฟนเข้ามาใกล้หู
  • คว่ำเครื่องเพื่อปิดเสียงสายเรียกเข้า
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 83

นอกจากนี้ในส่วนของ Gesture & Motion ก็ยังมีให้ใช้งานอีก 2 อย่าง คือ หยิบเครื่องแล้วหน้าจอติดอัตโนมัติและลากนิ้ว 3 นิ้วลงบนหน้าจอเพื่อแคปภาพหน้าจอ

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 85

Security

ฟีเจอร์ Security จะช่วยตรวจสอบความปลอดภัยต่าง ๆ ของเครื่อง เช่น การอนุญาตให้แอปเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในเครื่อง, ค้นหาเครื่องที่สูญหาย, ปกป้องแอปที่ใช้ทำธุรกรรมทางการเงินและยังมีการป้องกันการคุกคามผ่านทางโทรศัพท์และข้อความอีกด้วย รวมทั้งการโทรเข้าจากหมายเลขปลอม

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 87

ในยุคที่กำลังเข้าสู่สังคมไร้เงินสด การทำธุรกรรมทางการเงินบนสมาร์ทโฟนจึงต้องมั่นใจว่าปลอดภัย ColorOS 6 จึงมาพร้อมกับ Payment Protection เพื่อให้เราสามารถทำธุรกรรมทางการเงินบนสมาร์ทโฟนได้อย่างสบายใจ (จากที่ลองสังเกตดูพบว่าแอปพลิเคชันไหนที่ผูกบัตรเครดิตไว้จะถูกป้องกันด้วย Payment Protection อัตโนมัติ)

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 89

ซึ่งฟีเจอร์นี้จะคอยตรวจสอบสภาพโดยรวมของเครื่องว่าถูก Root มาหรือไม่, อัปเดต Security patch เป็นเวอร์ชันล่าสุดหรือยัง, ไม่ได้มีการอนุญาตให้ส่งข้อมูลผ่านพอร์ต USB ใช่หรือไม่ และยังคอยตรวจสอบแอปพลิเคชันที่อาจมาขโมยข้อมูลในเครื่องของเราอีกด้วย

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 91

เมื่อเข้าใช้งานแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงินก็จะมีคำว่า Secure Environment ขึ้นบริเวณ Status bar

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 93

และยังมีฟีเจอร์เกี่ยวกับความเป็นส่วนตัวอีก 3 อย่าง ได้แก่

App Encryption สำหรับล็อคและซ่อนแอปพลิเคชันต่าง ๆ ซึ่งเวลาเข้าใช้งานจะต้องใส่รหัส, ปลดล็อคด้วยลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า และจะไม่โชว์รายละเอียดของแอปพลิเคชันที่ถูกล็อกในหน้าการแจ้งเตือนด้วย

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 95

เปรียบเทียบการแจ้งเตือนระหว่างแบบปกติกับเปิดใช้งาน App Encryption

Kid Space ใครที่มีบุตรหลานชอบยืมโทรศัพท์ไปเล่นจะต้องถูกใจสิ่งนี้ เพราะ Kid Space สามารถกำหนดระยะเวลาในการใช้งาน, กำหนดแอปพลิเคชันที่สามารถใช้งานได้, ปิดการใช้งาน Cellular ,ป้องกันการกดซื้อแอปพลิเคชันหรือไอเทมในเกม, ป้องกันการติดตั้งหรือลบแอปพลิเคชัน และป้องกันการแก้ไขหรือตั้งค่าต่าง ๆ ของตัวระบบ ซึ่งหากจะออกจาก Kid Space นั้นต้องให้ผู้ปกครองหรือคนที่รู้รหัสผ่าน (หรือมีลายนิ้วมือและใบหน้าที่ถูกจดจำเอาไว้ในเครื่อง) ทำการออกให้

Private Safe สำหรับเก็บไฟล์ต่าง ๆ ที่เป็นความลับหรือไฟล์ที่ไม่อยากให้คนที่เอาเครื่องของเราไปใช้งานเห็น สามารถเข้าถึงได้โดยการใส่รหัส ลายนิ้วมือหรือสแกนใบหน้า และป้องกันการแคปภาพของสิ่งที่อยู่ใน Private Safe อีกด้วย

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 105
สามารถสร้าง Shortcut สำหรับ Private Safe ไว้ที่หน้า Home Screen ได้
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 107
ภายใน Private Safe จะไม่สามารถแคปภาพหน้าจอได้

และยังมีระบบป้องกันการส่งข้อมูลขึ้นอินเตอร์เน็ตขณะกรอกรหัสผ่าน รวมไปถึงป้องกันการแคปและอัดวิดีโอหน้าจอระหว่างกรอกรหัสผ่านอีกด้วย และถ้ามีการเรียกใช้งานกล้องและบันทึกวิดีโอจากแอปพลิเคชันอื่น ๆ ที่รันอยู่เบื้องหลังก็จะมีการแจ้งเตือนให้ผู้ใช้ทราบ

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 109

Clone Apps

สำหรับความสามารถของฟีเจอร์นี้ก็จะตรงตามชื่อเลย คือเอาไว้ใช้สร้างแอปพลิเคชันซ้ำขึ้นมาอีก 1 อัน ซึ่งจะรองรับเฉพาะแอปพลิเคชันจำพวกโซเชียลมีเดียหรือสำหรับแชทเท่านั้น

โดยเงื่อนไขและข้อจำกัดของ Clone Apps ก็คือ

  • แอปพลิเคชันต้นฉบับกับอันที่โดน Clone ขึ้นมาจะไม่ส่งผลต่อกัน
  • โทรศัพท์และแอปพลิเคชันต้องซัพพอร์ตกันและกัน
  • แอปพลิเคชันที่ถูก Clone ขึ้นมาไม่สามารถถ่ายโอนข้อมูลไปยังคอมพิวเตอร์ได้
  • ไม่สามารถ Clone แอปพลิเคชันได้เกิน 2 แอปพลิเคชันต่อ 1 เครื่อง
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 115
รายชื่อทั้งหมดของแอปพลิเคชันที่สามารถ Clone ได้

Game Space

Game Space จะทำหน้าที่เพิ่มประสิทธิภาพในการเล่นเกมและป้องกันการรบกวนจากสายโทรเข้าและการแจ้งเตือนต่าง ๆ ขณะเล่นเกม ทำให้เล่นเกมได้อย่างลื่นไหลและมีอรรถรสมากยิ่งขึ้น

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 117

ในส่วนของประสิทธิภาพนั้นจะสามารถตั้งค่าได้ 3 แบบ คือ

  • Competitive Mode เพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน เฟรมเรท และการตอบสนอง แต่แลกมาด้วยการใช้พลังงานที่มากขึ้น
  • Balanced Mode ช่วยบาลานซ์ระหว่างประสิทธิภาพของเกมกับแบตเตอรี่ ประสิทธิภาพในการเล่นเกมจะไม่ดีเท่าแบบแรก แต่แบตเตอรี่จะหมดช้ากว่า
  • Low Power Consumption Mode ปรับกราฟิกในเกมให้ต่ำ ๆ เพื่อประหยัดพลังงาน
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 119

นอกจากนี้ยังช่วยล็อคแสงหน้าจอไม่ให้ปรับขึ้น-ลงอัตโนมัติ, จัดสรรพยากรของเครื่องให้ได้ประบการณ์เล่นเกมที่ลื่นไหล, ลดความหน่วงของสัญญาณอินเตอร์เน็ตโดยจำกัดการทำงานของแอปที่รันอยู่เบื้องหลัง และสามารถวิดีโอคอลพร้อมเล่นเกมไปด้วยได้ (ตอนนี้รองรับเพียงแอปพลิเคชัน WeChat เท่านั้น)

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 121

App Split-screen

สำหรับฟีเจอร์นี้จะเอาไว้ใช้งานแอปพลิเคชัน 2 หน้าจอในเวลาเดียวกัน

ซึ่งการใช้งาน App Split-screen นั้นสามารถเปิดได้ทั้งหมด 4 วิธี ได้แก่

  • ลากนิ้ว 3 นิ้วบนจอขึ้นไปทางขอบจอด้านบน
  • ถ้าหากใช้ Virtual Keys ให้กดปุ่ม Multi-task ค้างเอาไว้
  • ถ้าหากใช้ Swipe-up Gestures ให้เข้าหน้า Recent Tasks และกดตรง Hamburger button (ขีด 3 ขีด) และเลือก Split-screen
  • ถ้าหากใช้งานแนวนอนอยู่แล้วมีแจ้งเตือนจากแอปพลิเคชันที่รองรับการใช้งาน App Split-screen เข้ามา สามารถกดตรง Split-screen Reply เพื่อเข้าสู่ Split-screen mode โดยในการใช้งานแนวนอนหน้าจอจะแบ่งออกเป็นฝั่งซ้ายและฝั่งขวา
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 127
เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 129

นอกจากในส่วนของฟีเจอร์ต่าง ๆ ที่อยู่ใน Settings แล้ว ยังมีแอปพลิเคชันที่น่าสนใจอีก 2 อันที่มาพร้อมกับ ColorOS 6 นั่นก็คือ

Phone Manager

Phone Manager จะช่วย Optimize ระบบให้ทำงานได้ดีขึ้น ช่วยเคลียร์ไฟล์ที่กินพื้นที่ในเครื่องแต่ไม่มีประโยชน์, อนุญาตให้แอปพลิเคชันเข้าถึงฟังก์ชันต่าง ๆ ของเครื่อง, สแกนไวรัสในเครื่อง, ตรวจสอบความปลอดภัยของแอปพลิเคชันที่เกี่ยวกับธุรกรรมทางการเงิน และทดสอบการทำงานในส่วนต่าง ๆ ของเครื่องว่าปกติหรือไม่

Music Party

ซิงค์สมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการณ์ ColorOS ที่เชื่อมต่อ Wi-Fi เดียวกันให้เปิดเพลงเดียวกันไปพร้อม ๆ กัน โดยสามารถเชิญเครื่องอื่น ๆ ให้เข้า Music Party ผ่าน QR Code ได้

Special Tips: ถ่ายภาพแบบโปร ๆ ด้วย OPPO Reno

ก่อนจะจากกันไปในบทความนี้ผู้เขียนก็ขอแนะนำทิปเล็ก ๆ น้อย ๆ สัก 3 ทิปเกี่ยวกับการถ่ายรูปด้วย OPPO Reno จะมีอะไรบ้างนั้นมาดูกันเลย

1. คุณสามารถปรับอัตราส่วนของกล้องถ่ายภาพให้ขยายเต็มพื้นที่ของหน้าจอได้ เพื่อให้ได้ภาพที่มีมุมมองกว้างมากขึ้น

กดตรงไอคอน 6 เหลี่ยมที่มีวงกลมด้านในแล้วเลือกหัวข้อ Photo Ratio

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 139

เลือก Full Screen

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 141

ภาพที่ได้จะมีอัตราส่วนเท่ากับอัตราส่วนของหน้าจอ

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 143

2. คุณสามารถถ่ายภาพที่ความละเอียด 48 ล้านพิกเซลบน OPPO Reno ได้ เพื่อให้เก็บรายละเอียดของภาพได้ดีขึ้น

กดตรงไอคอน 6 เหลี่ยมที่มีวงกลมด้านในแล้วเลือกหัวข้อ Photo Ratio เช่นเดียวกับทิปที่ 1. และเลือก 4:3 (48 MP)

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 145

ตอนถ่ายจะขึ้นว่า 48 MP

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 147

เมื่อนำภาพที่ถ่ายออกมามาซูมดูใกล้ ๆ จะพบว่าเก็บรายละเอียดได้ดีมาก

3. คุณสามารถถ่ายเซลฟี่ด้วยการชูฝ่ามือแทนการกดชัตเตอร์ในจอได้

เข้าแอปพลิเคชันกล้อง สลับเป็นกล้องหน้าแล้วกดตรงไอคอน 6 เหลี่ยมที่มีวงกลมด้านในเช่นเดียวกับทิปที่ 1. และ 2. จากนั้นกดเปิด Gesture to Take Photo

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 153

จากนั้นก็สามารถชูฝ่ามือเพื่อถ่ายภาพแทนการกดปุ่มชัตเตอร์ในหน้าจอได้เลย

เจาะลึกทุกฟีเจอร์ของ ColorOS 6 | ระบบปฏิบัติการประจำมือถือ OPPO Reno 155

จะเห็นได้ว่า ColorOS 6 นั้นมีความสามารถดี ๆ อยู่มากมายเลยทีเดียว สำหรับใครที่อ่านมาจนถึงตรงนี้แล้วประทับใจใน ColorOS 6 ก็สามารถไปหาซื้อ OPPO Reno มาใช้กันได้เลย หรือถ้าหากเป็นเจ้าของ OPPO Reno อยู่แล้วก็น่าจะได้ประโยชน์และทิปดี ๆ จากบทความนี้ไปใช้บ้างไม่มากก็น้อย ไว้พบกันใหม่บทความหน้า สวัสดีครับ ^_^

Disclosure: เนื้อหาเป็นไปตามข้อเท็จจริงและความเห็นของทีมงาน โดยอาจมีผู้สนับสนุนหรือ Affiliate link
0 ความเห็น
Inline Feedbacks
View all comments