รีวิว Vivo V19 สเปคแรง ดีไซน์หรู กล้องหน้าคู่ 32 MP เซลฟี่แจ่ม ถ่ายภาพกลางคืนสุดแหล่มด้วยกล้องหลัง 4 ตัว
หลังจากที่เราพรีวิว Vivo V19 กันไปเรียบร้อยแล้วเราก็จะมาเจาะลึกถึงความสามารถแบบเต็ม ๆ ของเจ้า Vivo V19 กันบ้าง จะมีอะไรดีอะไรเด็ดบ้างนั้นมาชมกันครับ
ดีไซน์สวยทั้งหน้าหลัง
Vivo V19 มาพร้อมกับหน้าจอ Super AMOLED Ultra O Screen ขนาด 6.44 นิ้ว ความละเอียด FHD+ มีขอบเขตสี DCI-P3 100% ทำให้หน้าจอของ Vivo V19 มีสีสันที่สวยงามและสมจริง
หน้าจอสามารถสแกนนิ้วเพื่อปลดล็อคได้
นอกจากหน้าจอจะมีสีสันที่สวยงามและ ความปลอดภัยก็ถือว่าดีเยี่ยมเช่นกัน เพราะ Vivo V19 ได้รับการรับรองจากสถาบัน TÜV Rheinland จากประเทศเยอรมนีว่าสามารถกรองแสงสีฟ้าที่เป็นอันตรายได้ถึง 42% เมื่อเปรียบเทียบกับหน้าจอแบบ E2 ที่ไม่มีการป้องกัน
และยังมีเทคโนโลยี Low Brightness Anti-Flicker ช่วยป้องกันการกระพริบของหน้าจอขณะใช้งานที่ระดับความสว่างต่ำอีกด้วย
มาดูที่ด้านหลังกันบ้าง Vivo V19 มาพร้อมกับการออกแบบตัวเครื่องโค้งแบบ 3D ที่มีสัดส่วนโค้งรับกับฝ่ามือ ทำให้มีสัมผัสที่สะดวกสบายขณะถือใช้งาน วัสดุฝาหลังของตัวเครื่องเป็นกระจกที่ทำออกมาได้สวยงามหรูหราเลยทีเดียว
สำหรับ Vivo V19 จะมีด้วยกัน 2 สีคือ Sleek Silver และ Gleam Black ซึ่งสีที่นำมารีวิวคือสี Gleam Black ครับ
ประสิทธิภาพดีเยี่ยม เล่นเกมลื่น
Vivo V19 มาพร้อมชิป Qualcomm Snapdragon 712 และแรม 8GB ทำให้สามารถใช้งานทั่วไปได้แบบลื่น ๆ สำหรับการเล่นเกมนั้นก็มีการเสริมประสิทธิภาพที่ทำให้เล่นเกมได้ดีขึ้นด้วย Multi-Turbo 3.0 ที่ประกอบไปด้วย
- ART++ Turbo เพิ่มความเร็วในการเปิดใช้งานแอปพลิเคชั่น
- Game Turbo เพิ่มประสิทธิภาพการสัมผัสให้เร็วขึ้น และการตอบสนองได้ไวขึ้น
- Center Turbo ช่วยลดปัญหาเฟรมเรตตกขณะเล่นเกม
และยังมาพร้อมกับ Ultra Game Mode โฉมใหม่ ที่ทำให้สนุกไปกับการเล่นเกมได้มากยิ่งขึ้น พร้อมเครื่องมือต่าง ๆ ที่ช่วยอำนวยความสะดวกขณะเล่นเกมได้ เช่น การแคปเจอร์หน้าจออย่างรวดเร็ว การบันทึกหน้าจอขณะเล่นเกม ระบบสั่นขณะเล่นเกม ระบบเปลี่ยนเสียงสนทนาในเกม และอื่น ๆ อีกมากมาย
ลองเล่นเกม PUBG Mobile ดูก็สามารถเล่นได้ 60 fps ลื่น ๆ ตลอดเกม แสดงให้เห็นชัดเลยว่า Vivo V19 ถูกปรับแต่งสเปคมาได้ดีมาก
กล้องหน้าคู่ 32 MP พร้อมเลนส์มุมกว้าง เซลฟี่ได้กว้างขึ้นแบบไม่ต้องพึ่งไม้เซลฟี่
Vivo V19 มาพร้อมกล้องหน้าคู่ กล้องหลักความละเอียด 32 ล้านพิกเซล และเสริมด้วยเลนส์มุมกว้าง 105 องศา ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล ทำให้ถ่ายเซลฟี่ได้มุมมองที่กว้างขึ้น
ในส่วนของการถ่ายหน้าชัดหลังเบลอก็ทำได้ดีเลยทีเดียว ตัดขอบได้แม่นยำ
สามารถนำไปแต่ง Light effect ได้อีกหลากหลายแบบ เพื่อให้ภาพมีสไตล์แตกต่างไปจากเดิม แถมยังสามารถย้ายมุมแสงได้แบบอิสระด้วย
แถมยังมีแสงไฟแบบ Studio ให้เลือกอีกหลากหลายแบบ ซึ่งเวลาใช้งานก็จะเบลอฉากหลังให้แบบอัตโนมัติ ทำให้ตัวคนดูเด่นขึ้น
ในโหมด Face Beauty นั้นยังคงมีอยู่เช่นเคย สามารถตกแต่งใบหน้าของเราให้เหมือนว่าแต่งหน้าอยู่ได้ และยังปรับเค้าโครงต่าง ๆ รวมถึงรายละเอียดของอวัยวะบนใบหน้าได้อีกด้วย
และยังคงมีโหมด Posture ที่ช่วยไกด์ท่าทางในการถ่ายรูปแบบต่าง ๆ ให้ มีทั้งของผู้ชายและผู้หญิง แถมยังสามารถปรับได้ว่าจะถ่ายท่านี้แบบซ้ายหรือขวาได้อีกด้วย
Super Night Selfie เซลฟี่กลางคืนไม่มีพัง
สำหรับการถ่ายเซลฟี่ในที่มืดก็หายห่วง เพราะ Vivo V19 มี Selfie Fill Light ที่จะใช้แสงจากหน้าจอส่องสว่างออกมาขณะที่เซลฟี่ โดยที่เว้นบริเวณใบหน้าของเราไว้ ทำให้แสงดูตกกระทบลงบนใบหน้าแบบนุ่มนวล ไม่แข็งจนเกินไป
ถึงแม้ว่าจะปิดไฟในห้องให้มืดสนิทและถ่ายออกมาก็ยังคงได้ภาพที่ดีมาก แต่สำหรับใครที่ใส่แว่นก็จะเจอกับปัญหาแสงหน้าจอสะท้อนในแว่นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
งานนี้ก็ต้องขยับแว่นสักนิด
กล้องหลังสุดแจ่ม 4 ตัว พร้อม AI ช่วยถ่ายภาพ
Vivo V19 มาพร้อมกล้องหลัง 4 ตัว ได้แก่
- กล้องหลักความละเอียด 48 ล้านพิกเซล
- กล้อง Super Wide-Angle ความละเอียด 8 ล้านพิกเซล
- กล้อง Macro ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
- กล้อง Bokeh ความละเอียด 2 ล้านพิกเซล
ในส่วนของกล้องหลักก็ยังคงทำได้ดีตามสไตล์ของ Vivo เช่นเคย มี AI ช่วยในการถ่ายภาพ สามารถจับ Scene ได้อย่างฉลาดมากขึ้น
สำหรับกล้อง Super Wide-Angle ก็ทำออกมาได้ดี เก็บภาพได้กว้าง จัดการเรื่อง Distortion ได้เป็นอย่างดี
สิ่งที่ทำได้ดีแบบน่าประทับใจคือกล้อง Macro ที่สามารถถ่ายวัตถุเล็ก ๆ ได้ในระยะที่ใกล้มาก เก็บรายละเอียดได้ชัดครบถ้วน
กล้อง Bokeh ที่เป็นสิ่งที่มาแทนที่กล้อง Telephoto ในสมาร์ตโฟนรุ่น Mid-range ก็ยังคงทำหน้าที่ได้ดีเช่นเคย ไม่ว่าจะถ่ายคนหรือวัตถุก็สามารถเบลอหลังและตัดขอบได้สวยงาม
ลองเซลฟี่ด้วยกล้องหลังสักหน่อย
สิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้เลยก็คือโหมดถ่ายภาพกลางคืน ซึ่ง Vivo V19 ก็ได้นำเสนอ AI Super Night Mode เวอร์ชั่นใหม่ ที่จะถ่ายภาพถ่ายในระดับแสงที่แตกต่างกันหลาย ๆ ภาพในระยะเวลาอันรวดเร็วเพื่อนำภาพมารวมกัน และ AI จะนำภาพเหล่านี้ไปวิเคราะห์ ปรับค่าความสว่าง และความคมชัดของภาพให้สมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น
จะเห็นได้ว่าภาพที่อยู่ในเงามืดนั้นมีรายละเอียดที่เห็นได้ชัดเจนขึ้นมาก
ชาร์จแบตไว ด้วย Vivo FlashCharge 2.0 33W
การชาร์จไวก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ในยุคนี้ ซึ่ง Vivo V19 นั้นก็มีความสามารถในการชาร์จไวเช่นกัน ด้วยกำลังที่สูงถึง 33W ถ้าเทียบในสมาร์ตโฟนระดับเดียวกันก็จัดว่าเร็วไม่น้อยหน้าใครเลย
ทดลองชาร์จแบตจาก 10-100% กันสักหน่อย
ผ่านไป 20 นาทีได้มา 37%
ผ่านไป 40 นาทีได้มา 62%
ผ่านไป 55 นาที ได้มา 82%
ผ่านไป 1 ชั่วโมง 8 นาทีได้มา 95%
ใกล้เต็มแล้ว
และแล้วก็เต็ม 100% ใช้เวลาอยู่ที่ 1 ชั่วโมงกับอีก 21 นาที
บทสรุปหลังจากลองใช้งาน Vivo V19
เรียกได้ว่าผ่านมากันหลายรุ่นมากเลยทีเดียว กับ Vivo V Series และมาถึงในรุ่น V19 นี้ก็ยังคงความดีงามตามแบบฉบับของ Vivo เอาไว้ และปรับปรุงในส่วนต่าง ๆ ให้ดีขึ้นไปตามกาลเวลา โดยเฉพาะเรื่องกล้องและเรื่องการชาร์จแบตที่ทำได้ดี ในส่วนเรื่องสเปคไม่มีปัญหา Vivo ปรับจูนซอฟต์แวร์ของตัวเองอย่าง Funtouch OS 10 ให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ที่ใส่มาได้เป็นอย่างดี ชิปเซ็ต Snapdragon 712 สามารถเล่นเกมในกระแสได้แบบลื่นไหล มองในภาพรวมแล้วนับว่าเป็นสมาร์ตโฟนที่ทำออกมาได้ครบเครื่องน่าใช้อีกหนึ่งรุ่น