รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น

พื้นที่โฆษณา

Mi 11 Ultra เป็นรุ่นที่กระแสดีที่สุดตั้งแต่เปิดปี 2021 มาเลยก็ว่าได้ ด้วยจุดเด่นที่มีหน้าจอด้านหลัง ทำให้คนสาย Tech แท้ๆ หรือแม้แต่ End user ทั่วไปก็อยากลองเล่น เพราะอยากรู้ว่ามันทำอะไรได้บ้าง แต่ที่แน่ๆ มันช่วยอำนวยความสะดวกให้เราได้ Selfie ด้วยกล้องหลังที่ภาพสวยกว่ากล้องหน้า

ดียังไง?

  • สเปคแรงจัดและเครื่องไม่ร้อน
  • ชาร์จไวมาก
  • ดีไซน์เด่นแต่ไกล
  • ระบบชาร์จเร็ว 67W ทั้งเสียบสายและไร้สาย
  • จอหลังใช้แจ้งเตือนและเซลฟี่ได้
  • กล้องหลังมีเซ็นเซอร์ใหญ่ที่สุดในเวลานี้
  • มี IR Blaster ไว้ควบคุมเครื่องใช้ไฟฟ้า
  • Dual Phone Recording ที่จับคู่ Mi หรือ Redmi เพื่อถ่ายคลิปจากหลายเครื่องได้

จุดสังเกต

  • จอหลังใช้ได้กับกล้องโหมดปรกติเท่านั้น ไม่รองรับโหมดบุคคล โหมดกลางคืน และอื่นๆ
รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 5

Rear Display จอหลัง Mi 11 Ultra ทำอะไรได้บ้าง?

ผมเชื่อว่าหลายคนเห็นว่ามีจอหลังปุ๊บ คิดทันทีเลยว่าจะเอามาเซลฟี่ด้วยกล้องหลัง แต่ต้องบอกว่าจอหลังใช้ร่วมกับกล้องได้เฉพาะโหมด Photo เท่านั้น ไม่สามารถใช้ร่วมกับโหมดอื่นใดได้ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็น Selfie, Night mode, VDO

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 7

ถึงจะฟังดูน่าผิดหวัง แต่ก็ต้องบอกว่าการเซลฟี่ด้วยกล้องหลังในโหมด Photo มันก็ให้ผลลัพธ์ที่น่าประทับใจมาก โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่แสงน้อย เรียกได้ว่าดีกว่ากล้องหน้าแบบลิบลับ

นอกจากเรื่องกล้องแล้ว กล้องหลังยังสามารถแสดงผลการแจ้งเตือนได้และรองรับภาษาไทย รวมถึงสามารถบอกสถานะแบตเตอรี่และนาฬิกาได้ รวมถึงสามารถ Custom ใส่ Text หรือรูปภาพของเราเองก็ได้

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 9

Snapdragon 888 ที่ใช้แล้วไม่ร้อนมือ

ถัดมาที่มีคนถามเยอะคือ Snapdragon 888 ของรุ่นนี้เป็นยังไงบ้าง เพราะใน Mi 11 จัดว่าร้อนมาก ซึ่งผลการทดสอบจากที่ได้ใช้งานมาราวๆ สัปดาห์ก็คือ รุ่นนี้เย็นมือมาก แทบไม่ต่างจากสมาร์ทโฟนรุ่นอื่นๆ เลย เรียกง่ายๆ ว่าการใช้งานทั่วไปแทบไม่มีอาการร้อนให้เห็น แม้แต่ตอนเปิดใช้งานกล้องก็เหมือนกัน

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 11

ด้านสเปคอื่นๆ ที่น่าสนใจเริ่มด้วย หน้าจอ 6.81 นิ้ว ความละเอียด QHD+ แบบ AMOLED กับ Refresh Rate 120 Hz และ Touch Sampling Rate 480 Hz พร้อมลำโพงคู่ที่ผ่านการปรับแต่งจาก harman/kardon แบตเตอรี่ 5000 mAh ระบบชาร์จเร็ว 67W และรองรับ 5G พร้อมกันน้ำกันฝุ่น IP68 …ที่น่าสนใจคือระบบชาร์จไร้สายก็ชาร์จเร็ว 67W ด้วย

การดีไซน์อันเป็นเอกลักษณ์ และมีประเด็นที่ต้องพูด

การเล่นเกม Genshin Impact ในกราฟิกระดับกลางก็พบว่าตัวเครื่องอุ่นขึ้นเล็กน้อย ซึ่งผมมองว่าอยู่ในเกณฑ์ปรกติทั่วไปไม่ถือว่าร้อนครับ แต่การจัดวางของกล้องที่โดดเด่นเตะตาแต่ไกล กลับเป็นปัญหาในการถือเครื่องแนวนอนสำหรับเล่นเกม เพราะตำแหน่งมือซ้ายเราจะวางทับกล้องหลังพอดี หรือไม่ก็ต้องยืดนิ้วให้พ้นกรอบกล้องหลัง หรืออีกวิธีก็คือการหาเคสที่หนาหน่อย เพื่อถมฝาหลังให้เต็มเท่ากับกล้องหลังที่นูนขึ้นมา

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 13

หน้าจอมีความโค้งเล็กน้อยในระดับที่กำลังดี พอเหมาะกับการปัดจากขอบแต่ก็ไม่โค้งจนพิมพ์ได้ยากเกินไป และขอบจอแต่ละด้านก็ค่อนข้างบาง เรียกได้ว่าพื้นที่ด้านหน้าเป็นส่วนของหน้าจอเกือบทั้งหมดเลย ทำให้ตัวเครื่องมีขนาดค่อนข้างเล็กเมื่อเทียบกับขนาดจอ

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 15

จุดที่น่าชื่นชมก็คือตัวกล้องที่นูนกระแทกตา กลับจัดวางสมดุลของตัวเครื่องทำได้ค่อนข้างดี ไม่ได้หนักหัวเบาท้ายจนแตกต่างมากเกินไป ซึ่งตรงนี้อาจเป็นเพราะน้ำหนักของตัวเครื่องอยู่ที่ 234 กรัม เลยทำให้รู้สึกหนักแบบทั่วถึง

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 17

กล้องทำได้น่าสนใจมากทั้งกล้องหน้าและกล้องหลัง

กล้องหลักใช้บริการเซ็นเซอร์ ISOCELL GN2 และกล้องมุมกว้างใช้ Sony IMX586 เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลย

  • กล้องหลัก 50 ล้านพิกเซล, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/1.2″, รูรับแสง f/1.95, OIS, Dual Native ISO Fusion, Staggered-HDR, Dual Pixel Pro, ISOCELL GN2
  • กล้องมุมกว้าง 48 ล้านพิกเซล, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.0″, รูรับแสง f/2.2, PDAF, Sony IMX586 
  • กล้องเทเล 48 ล้านพิกเซล, ขนาดเซ็นเซอร์ 1/2.0″, 120x digital zoom, 10x hybrid zoom, 5x optical zoom, OIS, PDAF

จะเห็นได้ว่า Setup กล้องหลังทำออกมาได้น่าสนใจมาก กล้องเก่งทุกตัว ส่วนกล้องหน้ามีความละเอียด 20 ล้านพิกเซล …ในแง่ผลลัพธ์ถือว่าน่าประทับใจมาก

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 19

กล้องหลักมีขนาดเซ็นเซอร์ที่ใหญ่ที่สุดในกลุ่มสมาร์ทโฟน บวกกับองค์ประกอบต่างๆ ทำให้ภาพมีระยะหน้าชัดหลังเบลอตั้งแต่ระดับ Hardware กันเลยทีเดียว และเป็นครั้งแรกของทางค่ายที่หันมาใช้ ToF แบบหลายจุด ทำให้คุณภาพที่ได้อยู่ในระดับ Top Tier ของสมาร์ทโฟน ไม่ว่าจะเป็น White Balance ที่ทำได้ดี ไม่โดนแสงสีหลอกง่ายๆ รวมถึง Night mode ที่จัดการภาพในที่แสงน้อยให้สว่างและคมชัดมากขึ้น โดยภาพที่ได้ไม่ใช่แนวเปลี่ยนกลางคืนเป็นกลางวัน แต่จะยังดูออกว่าเป็นกลางคืนที่คมชัด

กล้องมุมกว้างให้คุณภาพที่ดีในระดับไม่ขัดใจอะไร แม้ว่าคุณภาพจะดรอปจากกล้องหลักแต่ก็ถือว่าทำได้ดี ส่วนกล้องเทเลทำออกมาได้ดีมาก โดยระยะหวังผลเน้นสวยอยู่ที่ 10x ถ้าเกินนั้นจะเป็นระดับปาปารัสซี่ที่มองเห็นแต่ไม่มีความสวยงาม

แต่จุดที่น่าสนใจก็คือรุ่นนี้ไม่มีกล้องมาโครที่แยกมาเฉพาะ แต่ก็มีโหมดมาโครที่ใช้กล้องมุมกว้างมาประมวลผลแทน …เหตุผลส่วนหนึ่งน่าจะเป็นตามที่คุณแก้ว Mobile Photographer เคยทดสอบไว้ โดยผลที่ได้คือการเอากล้องหลังมากดซูม 2x หรือเอามาครอป จะให้มุมมองที่ใกล้เคียงกับกล้องมาโคร แต่ได้คุณภาพที่ดีกว่ามาก

…ถึงกระนั้นก็ต้องบอกว่า Mi 11 Ultra เป็นอีกรุ่นที่ถ่ายมาโครได้ดีเลย โดยเฉพาะในที่แสงเพียงพอ แต่ถ้าแสงไม่พอจริงๆ ก็แค่กดเปิดไฟแฟลชช่วย

ส่วนกล้องหน้าถือว่ายกระดับจาก Mi ปีก่อนขึ้นพอตัว โดยเฉพาะในการถ่ายเซลฟี่แบบ Indoor ที่ให้สีสันและความคมชัดระดับใช้งานได้ แต่ AI ยังไม่เก่งพอที่จะถ่าย Face Shield ซึ่งอันที่จริงก็ไม่ได้แย่ เพราะหลายรุ่นก็ยังโดนหน้ากากใสแบบนี้หลอกให้ตัดขอบเพี้ยน

แต่ถ้าอยากได้สวยกว่านั้นแนะนำให้เปิดโหมด Rear Display Preview เพื่อใช้กล้องหลังในการเซลฟี่ …รับรองได้ภาพเซลฟี่ที่สวยคมแน่นอน ไม่ว่าจะในสภาพแสงแบบไหน หรือจะใช้กล้องมุมกว้างก็ยังได้

โหมดวีดีโอมีลูกเล่น Effect น่าสนใจหลายอย่าง โดยเฉพาะ Color Focus ที่จะทำทุกสิ่งให้เป็นขาวดำยกเว้นตัวเรา และโหมด Bokeh ที่ทำให้เราถ่ายคลิปแบบหน้าชัดหลังเบลอได้ รวมถึง Magic Zoom และที่ต้องพูดถึงเลยก็คือระบบ Audio Zoom ทำให้เราซูมเสียงได้ด้วย

ระบบกันสั่นวีดีโอมีให้เลือก 3 ระดับคือ OIS, Steady, Steady Pro โดย OIS ก็กันสั่นได้ดีระดับหนึ่ง ส่วน Steady ก็จะมีการครอปเพื่อให้กันสั่นนิ่งขึ้นแต่ก็จะมีมุมที่แคบกว่าเดิม ส่วน Steady Pro จะเอากล้องมุมกว้างมาครอปซึ่งจะทำให้คลิปนิ่งมากแต่คุณภาพก็จะลดลง …แต่น่าเสียดายว่าระบบกันสั่นแบบ Steady และ Steady Pro ไม่สามารถใช้งานร่วมกับ Effect อื่นๆ ได้

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 73

อีกจุดที่น่าสนใจคือ Night mode สามารถใช้งานกับวีดีโอได้ด้วย ทำให้เราได้ VDO Night mode ที่ถ่ายวีดีโอในที่แสงน้อยได้สีสันและสว่างมากขึ้น แน่นอนว่าคุณภาพไฟล์ที่ได้คงเทียบกับการถ่ายในที่แสงเพียงพอไม่ได้ แต่มันก็ช่วยให้ได้แสงสีที่ดีกว่าเดิมไม่น้อย

และที่เด็ดมากๆ คือ Multicam ที่ไปไกลกว่าคำว่า Dual View เพราะสามารถจับคู่กล้องหน้ากับกล้องหลัง หรือกล้องหลังกับกล้องหลังก็ได้ และยังมี Dual Phone Recording ที่สามารถจับคู่กับ Mi หรือ Redmi เพื่อทำการบันทึกคลิปจากหลายมุมมอง …เจ๋งมาก!

ในภาพรวมแล้วคุณภาพของภาพนิ่งถือว่าทำได้ดีมาก ส่วนงานวีดีโอก็ดีไม่แพ้กัน ยกเว้นการใส่ Effect ที่บางครั้งยังมีหลุดๆ ดูไม่เนียนอยู่บ้าง เรียกได้ว่า Effect บางตัวจำพวกหน้าชัดหลังเบลอทำได้ในระดับสนุก แต่ไม่เพียงพอสำหรับถ่ายทำงานจริงจัง ส่วนโหมดบิ้วตี้หน้างามก็เป็นสไตล์ Mi ที่ดูเนียนแต่ไม่ได้เปลี่ยนจนจำหน้าไม่ได้

ด้าน Editor สำหรับแก้ไขภาพถ่าย มีสิ่งน่าสนใจ 2 อย่างคือ Remove Watermark ที่สามารถลบลายน้ำได้ ซึ่งส่วนนี้ดีมากๆ เพราะบางครั้งเราก็อยากอวดเพื่อนด้วยการใส่ลายน้ำ แต่ตอนทำงานจำเป็นต้องลบลายน้ำออก และอีกฟีเจอร์ก็คือ Sky Replace ที่เปลี่ยนท้องฟ้าให้สวยได้แม้ฟ้าฝนจะไม่เป็นใจ

บทสรุป Mi 11 Ultra ดีไหม?

ในภาพรวมแล้วต้องบอกว่านี่เป็นอีกรุ่นที่ Sexy น่าหลงใหลมาก ทั้งเรื่องของประสิทธิภาพที่แรงและไม่ร้อน รวมถึงการดีไซน์ที่เป็นเอกลักษณ์บวกกับหน้าจอและลำโพงคู่ รวมถึงกล้องที่ทำได้ระดับ Top Tier จัดว่าอยู่ระดับหัวแถวไม่น้อยหน้าใคร

รีวิว Mi 11 Ultra กับจอหลังที่น่าตื่นเต้น 75

แต่จุดตัดสินใจจริงๆ ของรุ่นนี้คือ MIUI ซึ่งมีฟีเจอร์เด่นๆ เพียบ แต่ก็เป็นรอมอีกค่ายที่ต้องรอการอัพเดทเรื่อยๆ เพื่อแก้ไข Bug หรือปัญหาจุกจิก เนื่องด้วยเป็นรอมที่มีลูกเล่นเยอะมาก ถ้าคิดว่าปัญหาจุกจิกของรอมไม่ใช่ประเด็นหลัก อย่างเช่นคนที่พกสมาร์ทโฟน 2 เครื่อง หรือเอามาใช้ในเชิง Entertainment หรือถ่ายรูปถ่ายคลิป …นี่ก็เป็นอีกรุ่นที่น่าโดนมากๆ

พื้นที่โฆษณา
Disclosure: เนื้อหาเป็นไปตามข้อเท็จจริงและความเห็นของทีมงาน โดยอาจมีผู้สนับสนุนหรือ Affiliate link
0 ความเห็น
Inline Feedbacks
View all comments