Dark Light
รีวิว WPvivid Backup & Migration อีกหนึ่งตัวยอดนิยม 1

WPvivid Backup & Migration จัดว่าเป็น WordPress Backup อีกตัวที่หลายคนนิยมใช้ ซึ่งผมลองแล้วก็พบว่ามันมีข้อดีและข้อเสียเหมือนกันครับ

ราคา WPvivid

WPvivid โด่งดังจากตัว WordPress Backup แต่จริงๆ เค้าขายพ่วงคือ

  • Backup and Migration Pro
  • Image Optimization Pro
  • Staging Pro

โดยมีราคาเริ่มต้น 49 USD ต่อปี และก็มีขายแบบ Lifetime ที่ Unlimited ทุกสิ่งอย่างในราคา 299 USD

การใช้งาน WPVivid Backup & Migration

WPVivid ในส่วนของการสำรองข้อมูลมีฟีเจอร์ย่อยที่น่าสนใจคือ

  • Manual Backup
  • Cloud Storage
  • Auto-Migration
  • Schedule
  • Url Replacing
  • Unused Image Cleaner

การ Backup สามารถเลือกได้ว่าจะสำรองข้อมูลลง Local หรือจะส่งออกไปที่ Cloud ซึ่งรองรับเยอะมาก เช่น Google Drive, OneDrive, DropBox, pCloud, Amazon S3, Wasabi, Backblaze โดยจุดเด่นคือสามารถทำ Incremental Backup ซึ่งหมายความจะทำ Full Backup เป็นระยะเพื่อเก็บไฟล์ทั้งหมด หลังจากนั้นจะเป็นการเก็บเฉพาะส่วนที่ปรับเปลี่ยน เพื่อให้ประหยัดพื้นที่และทรัพยากรต่างๆ

รีวิว WPvivid Backup & Migration อีกหนึ่งตัวยอดนิยม 3

ส่วน Unused Image Cleaner เป็นการค้นหารูปที่ไม่ถูกใช้งาน หรือพูดง่ายๆ ว่ารกและเปลืองพื้นที่เฉยๆ โดยขั้นแรกจะให้เราเลือกรูปเพื่อ Isolate เอาไปเก็บแยกไว้ก่อน เพื่อเช็คดูว่ามันกระทบกับตัวเว็บรึเปล่า ถ้าปรกติดีก็สามารถเลือก Delete ได้เลย

จากการใช้งานจริงพบว่ามีปัญหาจุกจิกและใช้ยาก

แม้ว่าฟีเจอร์จะดูดีมากๆ แต่การใช้งานจริงก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดและปัญหาก็เยอะด้วย บ่อยครั้งที่ failed ไม่สามารถ Backup ได้สำเร็จ ซึ่งทาง WPvivid แจ้งไว้ว่าให้เปิดโหมด Eco และตั้งค่า Advance ส่วนอื่นๆ เพื่อลดทรัพยากร โดยจะหั่นแบ่งไฟล์ซอยย่อยมากขึ้น และประมวลผลนานขึ้น แม้ว่าผมจะใช้ DigitalOcean AMD 8 CPU ก็ยังไม่สามารถรันในโหมดปรกติได้กับบางเว็บ โดยเฉพาะเว็บที่มีขนาดใหญ่เกิน 20 GB

เอาเป็นว่าในการใช้งานจริงกับเว็บที่มีการเคลื่อนไหวตลอดเวลาเช่น เว็บข่าว, บล็อก, เว็บขายของ WooCommerce ฯลฯ แล้วรันมานาน มีเว็บที่ขนาดใหญ่ ตัว WPvivid แทบจะไม่สามารถติดตั้งแล้วรันได้ทันที ต้องมาเปิด Advanced Mode ถึงจะใช้งานได้ และก็ต้องการเซิฟเวอร์ที่เร็วพอตัว พวกที่เป็น Shared Host รอดยากมาก ซึ่งผมได้คุยกับทางทีมงาน WPvivid แล้ว ก็ไม่มีวิธีใช้งานที่ง่ายกว่านี้ครับ

สรุปว่า WPvivid น่าใช้ไหม?

ในภาพรวมแล้วระบบ Backup ที่ผมคิดว่าง่ายและสมบูรณ์ที่สุดคือ All in One Migration ครับ แต่ติดปัญหาตรงที่ไม่มีระบบ Incremental ฉะนั้นต้องใช้พื้นที่เยอะในการ Backup แต่ละครั้ง …ก็คือถ้าเวบขนาด 50GB ก็ต้องมีพื้นที่ว่างบนเซิฟเวอร์ไม่น้อยกว่า 120GB เพราะต้องเผื่อสร้างไฟล์ Backup และเผื่อพื้นที่ในการจัดการพวก Cache, Temp ส่วนอื่นๆ ด้วย และยังเปลือง Bandwidth ในกรณีที่ส่งออกไปไว้บน Cloud และการผูกกับ Cloud ก็ขายแยกอีก

นั่นเป็นเหตุผลที่ผมซื้อ WPvivid มาใช้งาน เพราะหวังว่ามันจะถูกกว่าและมีระบบ Incremental แต่สุดท้ายก็อย่างที่เล่าไปว่าปัญหามันเยอะมากถ้าใช้กับเว็บขนาดใหญ่ และเซิฟเวอร์ก็ต้องแรงด้วย ไม่งั้นมันจะทำงานช้ามากๆ หรือ failed ไปเลย แต่ถ้าเว็บขนาดไม่เกิน 20GB นี่ยังพอไหวครับ …แต่ผมก็ยังดื้อดึงจะใช้ต่อไป เพราะผมใช้ร่วมกับ Backup ระดับอื่นๆ มาร่วมด้วย เลยไม่ซีเรียสมากครับ

แสดงความเห็น

No comments yet