Dark Light
รู้จักสินทรัพย์ทางดิจิทัล : NFT Blockchain Crypto และ Virtual Bank ก่อนรุกตลาด Metaverse 1

Metaverse นับว่าเป็นเทรนด์ใหม่ที่ยังอยู่ในขั้นเริ่มต้น แบบที่คนยังมึนงงกันอยู่ว่าที่จริงแล้วมันคืออะไร มันมีประโยชน์ยังไง แล้วมันจะถูกยอมรับจริงรึเปล่า ซึ่งเรื่องนี้มันก็คาบเกี่ยวหลายส่วน โดยเฉพาะในภาคการเงิน การลงทุนในโลกดิจิทัล อย่างเรื่องของ NFT, Blockchain, Crypto และ Virtual Bank ที่กำลังเป็นที่จับตาของนักลงทุนและธุรกิจต่างๆ ที่ก่อนจะกระโจนเข้าไปสร้างอาณาจักรในโลก Metaverse  

สินทรัพย์ทาง Digital ที่ต้องรู้ ก่อนเข้าสู่โลก Metaverse

ความจริงแล้ว Metaverse เป็นคอนเซปต์แนวคิดที่มีมานานมากแต่ถูกผลักดันในช่วงนี้ เหมือนที่เราเห็นในหนัง Sci-fi ที่แบ่งแยกระหว่างโลกความเป็นจริงและโลกเสมือน ที่ให้เราได้หลุดเข้าไปอยู่ในโลกอีกใบและมีตัวตนอยู่ในนั้น อาจจะผ่านการสวมแว่น VR หรือการเปิดหน้าจอโน้ตบุ๊ก ซึ่งก็แล้วแต่ว่า ธุรกิจแต่ละแห่งนำมาประยุกต์ใช้เพื่อตอบโจทย์ลูกค้าอย่างไร?

หลังจากเข้าสู่โลก Metaverse แล้ว ความจำเป็นในการมีสินทรัพย์ หรือเงินตราเพื่อใช้ในโลกอวตาร์ ก็เป็นสิ่งจำเป็น ยกตัวอย่างเช่นการเล่นเกมออนไลน์ในยุคนี้ นอกจากจะสามารถสร้างตัวละครของเราเองแล้ว ยังสามารถหาเงินมาซื้อที่ดินและสร้างอาคาร รวมถึงจับจ่ายซื้อสินค้าในเกมเสมือนชีวิตจริงได้ เพียงแต่เป็นเกมที่เล่นกับผลประโยชน์ในชีวิตจริง สินทรัพย์ในเกมสามารถนำมาซื้อขายและแลกเป็นเงินได้ หรือที่เรียกว่า NFT

รู้จักสินทรัพย์ทางดิจิทัล : NFT Blockchain Crypto และ Virtual Bank ก่อนรุกตลาด Metaverse 3

แล้ว NFT คืออะไร?

NFT ย่อมาจาก Non-Fungible Token หมายถึงสิ่งที่มีความหายากหรือมีเพียงชิ้นเดียวเท่านั้น เช่น งานศิลปะ, ที่ดิน, ผลงานของศิลปิน, ไอเท็มในเกม ฯลฯ ซึ่งในทางปฏิบัติก็มีการประยุกต์ใช้เพื่อให้เหมาะกับตัวสินค้า อย่างเช่นงานศิลปะที่เป็นไฟล์ภาพ ก็อาจจะส่งไฟล์และขายสิทธิ์ให้กับผู้ซื้อไปเลย แต่ถ้าเป็นของที่จับต้องได้และอยู่ในโลกความเป็นจริง เช่น บ้านและคอนโด, มือถือ, สินค้า Handmade ฯลฯ ก็อาจจะขาย NFT เพื่อถือสิทธิ์ไว้ในทางดิจิทัลและนำไปติดต่อรับสิทธิ์ความเป็นเจ้าของที่โลกความเป็นจริง

คำถามก็คือทำไมต้องทำให้มันยุ่งยากซับซ้อนขึ้น ในเมื่อเราสามารถจ่ายเงินจริงแล้วซื้อของพวกนี้ได้ทันที? …มุมมองเรื่องนี้ก็สร้างความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ไม่น้อย ระหว่างคนที่มองว่ามันซับซ้อนกว่าเดิม กับกลุ่มคนที่มองว่ามันดันของที่อยู่ Offline ขึ้นมา Online ให้ซื้อขายกันทั่วโลกได้ง่ายขึ้น พร้อมกับจ่ายเงินผ่าน Cryptorency ที่ทำได้รวดเร็ว และยังได้รับสิทธิประโยชน์จากการถือเหรียญ Cryto นั้นๆ

Crypto ที่เป็นมากกว่า BitCoin

หลายคนเคยได้ยินคำว่า Bitcoin แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นเพียงเหรียญสกุลหนึ่งของ Crypto เท่านั้น โดย Cryptorency ก็คือสกุลหลายคนเคยได้ยินคำว่า Bitcoin แต่ความจริงแล้วนั่นเป็นเพียงเหรียญสกุลหนึ่งของ Crypto เท่านั้น โดย Cryptocurrency ก็คือสกุลเงินดิจิทัล ถ้าคิดให้ง่ายขึ้นก็คล้ายกับเกม Ragnarok ที่มีสกุลเงิน Zeny หรือเกม The Sims 4 ที่มีสกุลเงิน Simoleon ซึ่งในโลกของ Cryptocurrency ก็มีสกุลเงินที่เกี่ยวกับเกมและ Metaverse เช่น Gala, Sand, AXS และมีเหรียญอีกมากมายที่ไม่เกี่ยวข้องกับเกม

รู้จักสินทรัพย์ทางดิจิทัล : NFT Blockchain Crypto และ Virtual Bank ก่อนรุกตลาด Metaverse 5

เราสามารถซื้อขายหรือแลกเปลี่ยนเงินข้ามไปมาระหว่างสกุล และแต่ละสกุลเงินก็มีมูลค่าขึ้นลงเหมือนกับเงินจริงที่เราคุ้นเคย โดย Crypto ใช้หลักการของ Blockchain อยู่เบื้องหลัง เพื่อให้เกิดการตรวจสอบในแง่ความปลอดภัยของธุรกรรม

เหตุผลที่ Crypto ได้รับความนิยมในช่วงนี้ หากวิเคราะห์แล้วก็มีองค์ประกอบอยู่หลายส่วน แต่ปัจจัยสำคัญคงแบ่งออกได้ตามนี้

  • Crypto ช่วยขับเคลื่อนธุรกิจ การมาของ Crypto ทำให้อุตสาหกรรมคอมพิวเตอร์กลับมาเฟื่องฟูอีกครั้ง หลังจากที่เข้าสู่ขาลงตั้งแต่การมาของสมาร์ตโฟน เพราะมีความต้องการซื้อชิ้นส่วนไปประกอบเครื่องสำหรับขุดบิต จนการ์ดจอขาดตลาดและราคาสูงขึ้น
  • การตลาดของบริษัทที่อยากสร้างภาพลักษณ์ว่าเป็นผู้นำเทคโนโลยี ซึ่งตรงนี้ก็เหมือนกับ Metaverse ที่หลายบริษัทกระโดดเข้ามาร่วมวงแม้จะไม่เพิ่มยอดขาย แต่ได้มาซึ่งภาพลักษณ์และพื้นที่สื่อ
  • แนวคิดที่สอดคล้องกับคนยุคนี้ ที่อยากได้ความรู้สึกอิสระจากระบบการเงินเดิมๆ โดย Crypto สามารถโอนข้ามระหว่างประเทศได้สะดวกกว่า
  • การขุดบิตทำเหมือง Crypto มันก็คล้ายยุคตื่นทองที่แคลิฟอร์เนียในปี 1848 ที่เปลี่ยนคนธรรมดาให้กลายเป็นเศรษฐีได้ ทำให้คนแห่กันมาขุดบิต เพื่อเป็นรายได้อีกทางซึ่งบางคนทำได้ในระดับที่ทดแทนงานหลักได้เลยก็มี

เมื่อ Crypto เป็นตัวแปรที่ทำให้เกิดสภาวะ Win-Win ทั้งฝ่ายผู้ผลิตและผู้บริโภค ก็เลยทำให้เกิดกระแสนิยมขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง

แนวคิด Blockchain ที่ถูกนำไปประยุกต์ใช้กับหลายอุตสาหกรรม

หลักการของ Blockchain คือการเป็นเจ้าของร่วมกัน ไม่มีบริษัทหรือใครคนใดคนหนึ่งถือข้อมูลทั้งหมด คล้ายกับห่วงโซ่แต่ละบล็อกที่แต่ละคนเป็นเจ้าของห่วงโซ่แต่ละอัน ถ้าคิดให้ง่ายขึ้นมันก็คล้ายโครงสร้างธุรกิจ MLM ที่เราจะรู้ว่าเราต่อจากใครและใครต่อเรา ทำให้เกิดความปลอดภัยในแง่การตรวจสอบข้อมูล เพราะทุกคนจะถือข้อมูลสำเนาไว้ว่าใครต่อจากใคร และใครมีทรัพย์สินเท่าไร ดังนั้นในแง่ความปลอดภัยตามทฤษฎีแล้วถือว่าแฮกได้ยาก ถ้าบล็อกไหนถูกแฮกไปก็ตรวจสอบและกู้คืนได้ง่าย

Bitcoin And Blockchain Concept

ในอุตสาหกรรมไลน์การผลิตและการขนส่งก็เริ่มมีการนำแนวคิด Blockchain ไปปรับใช้แล้ว แต่การประยุกต์ใช้ที่ชัดเจนที่สุดก็คงไม่พ้น Crypto ที่ไม่ต้องอาศัยคนกลางในการทำธุรกรรม โดยเราสามารถซื้อขายถ่ายโอนผ่าน Platform หรือ Virtual Bank

Blockchain technology concept

Virtual Bank เกี่ยวอะไรกับเรื่องนี้?

Virtual Bank คือธนาคารที่ไม่ต้องมีสำนักงานสาขาหรือตู้ ATM แต่สามารถทำธุรกรรมได้ไม่ต่างจากการเดินเข้าธนาคาร โดยมีวิธีสมัครและยืนยันตัวตนผ่านการ KYC ( Know Your Customer ) ซึ่งส่วนใหญ่จะเป็นการถ่ายรูปใบหน้าและบัตรประชาชน เพื่อยืนยันว่าเราเป็นบุคคลนี้จริงๆ และเมื่อผ่านการยืนยันตัวตนแล้วก็จะสามารถทำธุรกรรมได้เหมือนเดินเข้าธนาคาร

Virtual Bank แบ่งออกเป็น 2 ประเภทหลักๆ คือ แบบมีสาขาบริการและมีแอปเพื่อทำธุรกรรม กับแบบที่ไม่มีศูนย์หรือลักษณะทางกายภาพเลย มีเพียงบริการผ่านดิจิทัลเท่านั้น ซึ่งในไทยมักจะเป็นแบบแรกมากกว่า แต่ในต่างประเทศเริ่มมี Virtual Bank แบบ Digital only bank ที่ไม่มีศูนย์บริการ และก็รองรับสกุลเงินที่หลากหลายรวมถึง Cryptocurrency ด้วย

วิธีการใช้งาน Crypto และ Metaverse ในทางปฏิบัติ

ในทางปฏิบัติแล้วการเข้าสู่โลกการเงินดิจิทัลไม่ใช่เรื่องยากครับ โดยเราต้องเริ่มจากการเปลี่ยนเงินบาทให้กลายเป็นเงินดิจิทัลก่อน ซึ่งหลักๆ ก็มี 2 วิธี

อย่างแรกคือขุดบิต ถ้าง่ายสุดเหมาะกับมือใหม่คือการซื้อคอมพิวเตอร์ แล้วเอาการ์ดจอมาขุดผ่านแอป Nichhash ซึ่งเปรียบเสมือนตัวกลางในการซื้อแรงขุดของเรา แล้วเราก็จะได้ค่าตอบแทนเป็น Bitcoin แต่วิธีนี้จะได้เงินน้อยกว่าการต่อตรงกับ Pool ที่ต้องตั้งค่าเยอะกว่า โดยเฉลี่ยแล้วสูตรคำนวณคร่าวๆ คือ 9 เดือนคืนทุน แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับมูลค่าของต้นทุนการ์ดจอและมูลค่าเหรียญคริปโตในเวลานั้นๆ ซึ่งถ้ามองในมุมการลงทุนทำธุรกิจแล้วบางคนก็รู้สึกคุ้ม

Bitcoins as symbol of electronic virtual money, miniature excavator and computer keyboard

แบบถัดมาซื้อเหรียญโดยตรง ซึ่งคล้ายกับการเอาเงินบาทไปแลกเป็นสกุลเงินต่างชาติ ซึ่งวิธีง่ายสุดคือการซื้อผ่านแฟลตฟอร์มในไทยเช่น BitkubBitazzaZipmex หรือ Satang ถ้าเป็นแฟลตฟอร์มต่างประเทศจะซับซ้อนขึ้นมาหน่อย คือการซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญแบบ P2P ก็คือไม่ใช่การซื้อตรงกับแฟลตฟอร์ม แต่จะเป็นการซื้อตรงกับผู้ใช้งานด้วยกัน โดยแพลตฟอร์มที่คนไทยนิยมก็อย่างเช่น Binance และ Kucoin

อีกส่วนที่ต้องรู้จักคือ Wallet หรือกระเป๋าเงินสำหรับเหรียญดิจิทัล ถ้าเทียบให้เข้าใจง่ายก็คล้ายกับ TrueMoney Wallet โดยกระเป๋าที่นิยมกันที่สุดคือ MetaMask ซึ่งตรงนี้ก็จะต่อยอดไปได้อีกหลายอย่าง เพราะมันผูกเข้ากับผู้ให้บริการได้เยอะมาก เช่น การเอาไปฟาร์มเหรียญ ซึ่งก็คล้ายกับการเอาเงินไปฝากธนาคารกินดอกเบี้ย เพียงแต่มักจะได้ดอกเบี้ยในอัตราที่สูงกว่าธนาคาร รวมไปถึงการเอาไปซื้อ NFT หรือซื้อของใน Metaverse ด้วย

ซึ่งการทำธุรกรรมต่างๆ ก็จะมีค่าธรรมเนียมที่เรียกว่า Fee หรือบางที่ก็เรียกว่าค่า GAS ครับ แม้ว่าชื่อจะต่างกันแต่ในทางปฏิบัติมันก็เหมือนกัน

นอกจากนี้ยังมีอีกวิธีที่นิยมกันก็คือการใช้บอทมาช่วยเทรด ซึ่งเราต้องเลือกเหรียญหรือตั้งค่าการซื้อขายที่หลายคนอาจจะไม่เข้าใจนัก ช่วงหลังเลยมีระบบ AI มาช่วยตั้งค่า แต่ถ้าต้องการบอทแบบไม่ต้องตั้งค่าใดๆ แค่โยนเงินแล้วจบเลยก็จะมีของ Stoic ครับ …แต่การใช้บอทไม่ใช่ว่าจะได้กำไรตลอดนะครับ มันก็ขาดทุนได้เหมือนการเทรดปรกตินั่นล่ะ

บทสรุปส่งท้าย

แม้ว่าในปัจจุบันยังมีการถกเถียงเรื่อง Metaverse กับสินทรัพย์ที่ต้องมี ว่าตอบโจทย์ในชีวิตจริงหรือเป็นเพียงการตลาด แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าคนที่มีความพร้อมและเข้าใจในเรื่องราวเหล่านี้ก็มีโอกาสทางธุรกิจมากกว่า

และอีกสิ่งหนึ่งที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับยุค Metaverse ก็คือสะพานที่เชื่อมต่อระหว่างโลกจริงและโลกเสมือนจริงเข้าด้วยกัน หรือการเชื่อมต่อการใช้งานอินเทอร์เน็ตนั้นเอง ซึ่งการเชื่อมต่อนี้ก็จะต้องมีเสถียรภาพสูงขึ้นตามไปด้วย แต่ในทางกลับกันถ้าพุ่งเข้าใส่โดยที่ยังไม่เข้าใจและไม่มีความพร้อม ก็อาจทำให้ล้มละลายกันได้ไม่ยาก นั่นคือเหตุผลที่เราควรทำความรู้จักและศึกษาให้ชัดเจนก่อนครับ

แสดงความเห็น

No comments yet